[BONE] Event II : There's something in the night

posted on 25 Apr 2014 20:21 by tsukasasan
 
 
 

"เสียงอะไรกันนะ" เจสสิก้าที่ตื่นขึ้นเพราะเสียงประหลาดที่ดังแว่วมาจากด้านนอก
เธอกอดเท็ดดี้แน่นก่อนที่จะลุกขึ้นและไปที่เตียงที่พ่อเธอนอนอยู่

 

"..พ่อคะ  ..คุณพ่อคะ" เจสสิก้าเรียกพ่อของเธอ "ข้างนอก.. มีเสียงอะไรก็ไม่รู้.." 
พ่อของเธอขยับตัวเล็กน้อยก่อนที่จะตอบกลับ

 

"กลับไปที่เตียงแล้วนอนหลับไปเถอะลูก.. เสียงอะไรนั่นเดี๋ยวมันก็เงียบไปเอง" เสียงที่ตอบกลับนั้นงัวเงียและแฝงแวว
ลูกกลับไปนอนกับเท็ดดี้ของลูกเถอะ..." 

 

"..แต่ว่า.." เจสสิก้าพูดขึ้น  แต่พ่อของเธอไม่ได้อยู่ฟัง  เขาหลับต่อไปแล้ว 
เจสสิก้ามองเท็ดดี้ในอ้อมกอดของเธอ  

 

"..เปิดประตูแล้วแอบดูด้านนอกหน่อยจะดีกว่าไหมนะ  บางทีถ้ารู้ว่าเป็นเสียงอะไร ฉันก็น่าจะนอนหลับนะ" เจสสิก้าพูดกับตุ๊กตากระต่ายในอ้อมกอดของเธอ  ก่อนที่จะเดินไปหยิบเสื้อโค้ทของเธอที่แขวนไว้มาสวมทับชุดนอน  แล้วค่อยๆเดินไปทีที่ประตูแล้วค่อยๆแง้มดู

ว่างเปล่า....

สิ่งที่เจสสิก้าพบคือความว่างเปล่า แสงไฟจากหลอดไฟก็ยังคงส่องสว่างทำให้ทางเดินทางห้องนี้ไม่น่ากลัวเลยแม้แต่นิดเดียว

"แปลกจังเนอะ เท็ดดี้" เจสสิก้าพูดกับตุ๊กตาในมือของเธอ

โครกก

"... อยู่ก็หิวขึ้นมา เท็ดดี้ล่ะ หิวไหม?" เจสกิก้ากอดตุ๊กตาแน่นขึ้น "พวกเราลองลงไปที่ห้องอาหารดูดีกว่าเนอะ" เธอพูดพลางค่อยๆปิดประตูเพื่อไม่ให้เกิดเสียงรบกวนจนพ่อของเธอตื่น

======

"โต๊ะอาหารอยู่นั่นแน่ะ เท็ดดี้" เจสสิก้าพูดกับตุ๊กตาในมือ เมื่อเปิดประตูเข้ามาเจออาหารที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ  เธอหันมองซ้ายขวาอย่างสงสัย

 

"แต่พวกคุณพี่พนักงานหายไปไหนกัน หมดนะ?" เธอพูดพลางเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างโต๊ะ  แล้วก็รอคอยเงียบๆ  ถ้าเธอถือวิสาสะกินอาหารเข้าไป บางทีคงจะมีคนที่เดือดร้อนก็ได้ หรืออย่างน้อยมันก็เสียมารยาท  ตามที่พ่อเธอเคยสอนไว้

 

เวล ผ่านไปแต่ก็ไม่มีวี่วแววของพนักงานเลยสักคน เจสสิก้ากอดตุ๊กตาแน่น ถึงแม้ว่าไฟจะสว่างอยู่แต่การอยู่คนเดียวก็ไม่น่าสบายใจเสียเท่าไรนัก

 

"ไม่ต้องกลัวหรอกนะ เท็ดดี้ ฉันก็อยู่ด้วย" เธอพูดเบาๆกับตุ๊กตา แต่เหมือนพูดเพื่อบอกตัวเธอเองมากกว่า  จนในที่สุดเมื่อเวลาผ่านไปอีกสักพักใหญ่ๆ

 

"เราไปกันเถอะ เท็ดดี้  ไปหาคุณพี่พนักงานด้วยกันนะ"

 
==================
 
"ทำไมถึงไม่เจอกัยบใครเลยล่ะ" เจสสิก้าพูดพลางมองหาพนังงานบนเรือไปพลาง ทั้งที่เธอเดินมาตั้งนานแล้วแต่กลับไม่เจอใครเอาเลย
 
เจสสกิถ้าเอามือซ้ายกุมท้องที่ร้องออกมาเบาๆอีกครั้ง
 
"เท็ดดี้ ฉันว่าเรากลับไปที่ชั้น C จะดีกว่าไหมนะ ที่นั่นน่าจะเจอพวกพี่ๆพนักงานบ้างนะ" เจสสิก้าเอ่ยเบาๆแล้วเดินตรงไปยังชั้น C ที่เป็นโซของผู้โดยสารชั้นหนึ่ง
 
"อ..เอ๋ คุณมาทำอะไรที่นี่น่ะครับ" ชายหนุ่มในชุดพนักงานประจำเรือมีท่าทางตกใจที่เห็นคุณ ใบหน้าตกกระเบื้องหลังกรอบแว่นนั่นดูตกใจเสียจนน่าขัน
 
 
"อะ.. ขอโทษค่ะ พอดีว่าหนูกับเท็ดดี้ได้ยินเสียง..." เจสสิก้าพูดพลางกอดตุ๊กตากระต่ายแน่น เธอมองดูด้านหลังพนักงานคนนี้ แล้วเห็นคนที่ยืนอยู่แล้ว
 
 
พี่สาวที่แต่งตัวคล้ายผู้ชาย     คุณปู่กับเด็กผู้หญิงที่น่าจะเป็นหลาน
                             พี่ชายท่าทางใจดี                    พี่สาวที่มีผมยาวสีแดง
                             พี่สาวผมดำที่คลุมผ้าคลุมหัว                  พี่สาวผมซอยสั้น  
 
 
"สวัสดีค่ะ เท็ดดี้ก็บอกว่าสวัสดีด้วยเช่นกันค่ะ!" เจสสิก้าโค้งให้กับทุกๆคน  ไม่ช้านักก็มีพี่ชายสวมหมวกเข้ามาสมทบ
 
 
 
"ว๊าย"
 
เรือโคลงขึ้นมารอบหนึ่ง จนหลายๆคนพากันเซไปตามๆกัน เจสสิก้าก็พยายามที่จะทรงตัวไว้ไม่ให้ล้ม
 
 
ตึง
 
เสียงปริศนาดังขึ้นอีกครั้ง  เจสสิก้าหันไปมองดูหน้าคนอื่นๆที่หันมองซ้ายขวากันเลิกลั่ก  แสดงว่าทุกคนก็ได้ยินเสียงนี้ด้วยเหมือนๆกัน
 
 
"ลองไปดูทางต้นเสียงดูกันไหมครับ" พี่ชายคนหนึ่งเป็นคนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ  ทุกคนต่างก็เห็นด้วยกับคำพูดนั้นจึงเดินเกาะกลุ่มกันไปดูและมองหาที่มาต้นตอของเสียงดังปริศนานั้น
 
 
'เสียงแปลกที่น่ากลัว'
นั่นเป็นสิ่งที่เจสสิก้าคิดในใจ เมื่อทุกคนมองไม่เห็นเลยว่าอะไรที่เป็นต้นตอทำให้เกิดเสียงดังปริศนานี้
 
 
 
"อ...เอ่อ ขอโทษนะคะ.........
 
"คือว่า....เมื่อกี้ทุกท่านได้ยินตรงกันว่ามีเสียงดังมาจากทางนี้
แต่พอมาถึงสถานที่จริงแล้วกลับไม่พบอะไรเลย.... ไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องแปลกบ้างหรือคะ"
 
เจสสิก้าพยักหน้ารับตามที่พี่สาวคนนี้พูด  เธอกอดเท็ดดี้ไว้ติดกับอกของเธอ  
 
 
"ถ้ายังไง เราลองหยุดคุยรานละเอียดกันสักหน่อยไหมคะ"  พี่สาวคนนั้นพูด
 
 
ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้พูดคุยยอะไรไปมากกว่านั้น 'อะไรบางอย่าง' ก็วิ่งผ่านหลังเจสสิก้าไป
 
"ว๊าย"
เสียงร้องดังขึ้นเบาๆพร้อมๆกับที่พี่สาวคนเมื่อครู่ล้มลงไปพร้อมกับพี่ชายที่ชักชวนให้ออกมาตามหาต้นตอของเสียงประหลาด
 
 
!!!
ทันใดนั้นก็มีบางอย่างเกี่ยวกับขาของเจสสิก้าและทำให้เธอสะดุดล้มลงไป  อะไรบางอย่างเคลื่อนที่ผ่านพวกเธอไปยังมุมหนึ่งของทางเดินที่แสงไฟส่องไปไม่ถึง  จึงเห็นได้เพียงว่ามันเป็นเงามืดเท่านั้น
 
 
"ทุกๆคน ใจเย็นๆก่อนนะ" คุณปู่ที่อยู่ใยกลุ่มเอ่ยขึ้นมา ก่อนที่เขาจะหันไปถามพนักงานที่อยู่ด้วยกัน
"คุณ... ในเรือนี้มีอย่างอื่นนอกจากผู้โดยสารด้วยหรือ?"
เจสสิก้าเหลือดูสีหน้าของพี่ชายพนักงานที่ยืนอยู่ตรงหน้า  สีหน้าเขาดูตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนๆกับทุกคนที่อยู่ที่นี่
 
"พี่ชายเป็นพนักงานสินะฮะ  พนักงานที่ดีน่ะต้องปกป้องผู้โดยสาร"  พี่ชายสวมหมวกเดินเข้าไปหาพี่พนักงาน
"เพราะงั้น...นำทุกคนไปเลยฮะ Go!!" เขาพูดพลางดันหลังพนักงานที่ยืนตัวแข็งไม่ขยับ
 
"ไม่ต้องห่วงนะไอ้หนุ่ม! ยังมีพวกเราอยู่ข้างๆนะ" คุณปู่เอ่ยสบทบพลางตบไหล่ให้กำลังใจกับพี่ชายพนักงาน  เขาดูหวาดกลัวแต่ก็ตอบรับคำขอของทุกคนเสียงสั่น
 
"ก.. ก็ได้ครับ"
 
เจสสิก้าเอามือปิดตาเล็กน้อยด้วยความหวาดเสียต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  พี่ชายพนักงานเดินเข้าไปหาเงาปริศนาก่อนที่จะ...
 
 
ตูม!!!!
 
 
ร่างของพี่ชายพนักงานปลิวลอยละลิ่วออกมากระแทกกับกำแพงด้านหลังอย่างแรง
 
 
ในที่สุดเงาปริศนานั้นก็เดินออกมาอยู่ในที่ที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนเสียที
 
และเงานั้นก็คือ...
 
ม้า
 
ม้าขนาดใหญ่ เป็นม้าที่สวยงามมาก เสียแต่ว่า... มันกำลังพยศอยู่
 
ในขณะที่ทุกๆคนที่อยู่ใกล้ตัวมันกำลังพยายามจะวิ่งหนีนั้น มีพี่สาวคนหนึ่งที่สะดุดหกล้มลงไป
 
"กรี๊ดดดดด!!!!!!"
 
เจสสิก้าหลับตาแน่นเพราะไม่กล้ามองดูภาพตรงหน้า พร้อมๆกับเสียงหวีดร้องของคนอื่นๆที่เห็นภาพนั้น
 
 
'ทำยังไงดีล่ะ ใครก็ได้มาช่วยที' เจสสิก้าคิดในใจ พี่สาวคนนั้นโดนม้าพยศเหยียบ และมันก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ  ทุกๆคนจะต้องโดนมันทำร้ายงั้นเหรอ
 
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นมา 
 
เจสสิก้าชะงักและมองกลับไปที่ม้าพยศตัวนั้น ตรงหน้ามัน  ชายชรากำลังทำท่าเลียนแบบม้าที่กำลังพยศและส่งเสียงข่มมันอยู่
 
แม้จะเป็นวิธีที่แปลกแต่ม้าพยศนั้นกลับสงบลงมาจริงๆ
 
 
"เท็ดดี้ จบแล้วสินะ?"
เจสสิก้าพูดเบาๆ  ก่อนที่จะมีเสีงดังขึ้นจากคนที่วิ่งเข้ามา
 
 
 
"น..นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันครับ!?"

พี่ชายที่ดูเหมือนจะเป็นพนักงานอีกคนวิ่งเข้ามา
 
"ย..แย่แล้ว"
เขาร้องขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเห็นคนเจ็บและม้าที่เคยพยศอยูเมื่อครู่ยืนอยู่ที่นี่  ก่อนที่จะรีบติดต่อแพทย์ประจำเรือและพนักงานดูแลสัตว์มารับหน้าที่ต่อไป

"ทุกท่านดูท่าทางเหนื่อยๆ ผมว่ารีบกลับไปพักผ่อนที่ห้องพักเถอะครับ"
 
 
เจสสิก้ายังคงงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่หาย  เธอเดินไปดูพี่สาวที่ได้รับบาดเจ็บและพนักงานที่โดนม้าพยศเตะเอาเมื่อครู่ด้วยความเป็นห่วง 
 
'คงจะไม่เป็นไรสินะ'  เจสสิก้าคิดในใจ เธอกอดเท็ดดี้ไว้แล้วบอกลาทุกคนก่อนที่จะเดินกลับไปที่ห้อง
 
"หวังว่าพี่สาวกับพี่ชายจะหายดีเร็วๆนะ.. ยังไม่ได้ทำความรู้จักกันเท่าไรเลย" เจสสิก้าพูดกับตุ๊กตาของเธอในระหว่างที่กำลังเดินกลับห้องไป  ถ้าพ่อของเธอไม่ตื่นขึ้นนมาก็คงจะดี  ไม่เช่นนั้นเธอก็คงจะถูกดุแน่ที่ออกมาเดินคนเดียวกลางดึกเช่นนี้
 
 
=========================
 
จบค่ะ ; ; รูทเสี่ยงตายล่ะ หึๆๆๆๆๆ

ขอบคุณกลุ่มKmี่ร่วมเป็นร่วมตายกันค่า♥♥♥

เราอยากวาดรูปเด็กๆของทุกคนนะคะ
แต่แปะโป้งไว้ก่อนละกันค่ะ ฮืออออ ; ; ไม่มีเวลา อากาศร้อน ขี้เกียจ และหลายๆสาเหตุค่ะ orz
แต่เราจะพยายามวาดน้าาาา แงงงงงงงงงงง
 
รักกลุ่ม K ทุกคนค่ะ >w<)+♥♥♥♥
 
=====================
 
โฆษณา
งาน OC ค่ะ >A<
 
D03 นะคะ!!!
เราออกโด Mythology and Legend ล่ะค่ะ เรื่องของเซียว่าล่ะ :D //มีท่านแม่ทัพอยู่นิดหน่อยยยย 555+
 

Comment

Comment:

Tweet

เจสสิก้าน่ารักกกกก
เวรกรรม ผมวาดตุ๊กตาผิด ขอโทษที่มโนเอาเองแล้วพลาดครับ 5555 
อีเว้นต์นี้สนุกมาก ขอบคุณที่เอาชีวิตรอดในกลุ่มKด้วยกันนะครับ!

#2 By Canes* on 2014-05-13 21:18

เรื่องราวน่าสนใจดีนี่ จะรอฟังเนื้อเรื่องต่อไป

#1 By Bottleneck on 2014-04-26 14:51