Sadako and 1,000 paper cranes
posted on 17 Nov 2005 20:25 by tsukasasanเรียน English Writting เจสันให้เขียนเรื่องคน.. นั่งวุ่นอยู่หลายว่าเอาใครดี ห้ามเป็นคนในครอบครัว (ที่จริงเพื่อนมันก็ไม่สมควรที่จะจะเขียนใช่ไหม ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ห้าม ก็อย่างน้อยเรื่องภูมิหลังอะไรก็ต้องมีนี่นา จะไปนั่งสืบสาวเรื่องเพื่อนตัวเองหรือไง - -)
เราเป็นพวกไม่บ้าดาราด้วย เลยไม่มีดาราในดวงใจ หรือนักร้องที่ชื่นชอบให้เขียน (ส่วนให้เพลงที่ฟังก็เป็นเพลงอนิเม หรือไม่ก็เกม ฟังเพราะว่าเพราะ ไม่ได้แบบติดตามผลงานเป็นคนๆ ทำไมไม่ให้เขียนถึงสิ่ง/ตัวละครในอนิเมหรือเกมที่ชื่นชอบล่ะ -3-)
นึกไปนึกมา เริ่มออกแววประชด (กับมีเพื่อนเขียนถึงคนที่คาดไม่ถึงกันทั้งห้อง.. เพื่อนเราเขียนของโทมัส เอดิสัน - -//) ดาราไม่ นักร้องไม่สน เอาคนที่มีประวัติจารึกในประวัติศาสตร์ไปเลย - -+ แต่เราไม่อยากได้แบบประมาณว่า พระเจ้านโปเลียน หรือใครประมาณว่าเจ้าหญิงไดอาน่า (เดี๋ยวเขียนไม่ออก) ตอนแรกกะเอาแอนน์ แฟรงก์ (คงจะรู้กันน้า เธอ..เฮ้ย ไดอารี่ของเธอดังมาก) เกือบจะไปคว้าเอาประวัติฮิตเลอร์มาจากเว็บแล้ว - -* (จะเขียนอะไรกันแน่เนี่ย มีเขียนด้านดีกับด้านลบ แต่เราว่าฮิตเลอร์มีด้านดีนะ จะมีสักกี่คนที่ทำให้ชาวเยอรมันเป็นหนึ่งได้ขนาดนั้น เชื่อเลย) นึกๆไปสักพักเลยไปนึกถึง... หนังสือที่เคยอ่านนานมาแล้ว.. ซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัว ก็เลย อ่ะ เอาเธอก็ได้นี่นา (เธอก็ดังนะ แม้ว่าจะไม่ค่อยมีใครรู้จักเธอมากนักเพื่อนมันอ่านชื่อแล้วคิดว่าเราเขียนซาดาโกะในเรื่องเดอะริง เฮ้ยยย มันจะเขียนได้ยังไงล่ะนั่น)
ไหนๆอุตส่าห์ได้ข้อมูลมาแล้ว เอามาให้อ่านเล่น.. (เนื่องจากถึงมันมีที่แปลในเว็บบางเว็บเป็นภาษาไทยแล้วก็ตาม แต่ข้อมูลที่เราต้องการไม่ครบเลยไปค้นในเว็บอังกฤษมาบ้างมาผสมๆกันลงไป) ดังนั้นเราแปลเอาจากที่เราเขียนเสร็จแล้วนะ
ซาดาโกะ ซาซากิ เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคมค.ศ. 1943 ในช่วงของสงครามแปซิฟิคพอดี (เธอเกิดในช่วงที่สงครามโลกครั้งที่สองยังไม่จบ) เมื่อตอนที่อเมริกาทิ้งระเบิด (ตรงนี้ใครรู้บ้าง ว่าสรุปคือทิ้งปรมาณูหรือนิวเคลียร์ ทำไมเราจำว่าสงครามโลกครั้งที่1 ทิ้งระเบิดปรมาณู แล้วครั้งที่2 ทิ้งนิวเคลียร์ ล่ะ..?? แต่เว็บไทยดันบอกว่าปรมาณู ไม่ใช่มั้ง -*- ในเมื่อนักวิทยาศาสตร์คิดค้นระเบิดนิวเคลียร์ได้ก่อนจบสงครามโลกครั้งที่2 ) ก็เอาเป็นว่าเมื่อครั้งที่อเมริกาบอมบ์ฮิโรชิม่า ซาดาโกะเพิ่งจะอายุเพียงสองขวบ
เธอเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่ร่าเริง และมีพรสวรรค์ด้านกีฬา เธอเป็นนักวิ่งของโรงเรียนด้วย วันหนึ่งระหว่างที่เธอกำลังซ้อมเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันครั้งใหญ่นั้นเอง ลางร้ายก็ปรากฏ เธอเวียนหัวมากจนสลบลงไป แม่เธอพาไปหาหมอ ซึ่งผลการตรวจพบว่าเธอเป็นลูคีเมีย (เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ผู้ที่เป็นโรคนี้เม็ดเลือดขาวจะผิดปกติ คือปกติเม็ดเลือดขาวจะทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรคที่หลงไปในร่างกายใช่ไหม แต่คนที่เป็นโรคนี้มันไม่แค่นั้น เพราะเม็ดเลือดขาวกลับไปทำลายเม็ดเลือดแดงเสียเอง) ในตอนนั้น ซาดาโกะนั้นเพิ่งมีอายุแค่ 11 ปีเท่านั้น เธอต้องเลิกกิจกรรมทั้งหมด โดยเฉพาะการวิ่งที่เธอชื่นชอบ เพราะเธอต้องนอนโรงพยาบาลโดยไม่มีกำหนด
วันหนึ่ง ชิซุโกะซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอมาเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาล ชิซุโกะนั้นเล่าให้ซาดาโกะฟังถึงเรื่องนกกระเรียน(ซูรุ) ว่ากันว่านกชนิดนี้อายุยืนถึงพันปี และหากว่าใครที่ป่วยอยู่นั้นพับนกกระเรียนกระดาษให้ครบ 1000 ตัว พระเจ้าจะประทานพรให้เขากลับมาหายดีดังเดิม ชิซุโกะเอากระดาษสีทองที่พกติดตัวมาด้วยพับเป็นนกกระเรียนตัวหนึ่งให้ซาดาโกะ โดยบอกว่านี่เป็นนกกระเรียนตัวแรกของเธอ และหวังว่าเธอจะหายดี แล้วก็สอนซาดาโกะพับนกกระเรียน
ซาดาโกะรู้ว่าการพับนกกระเรียนนั้นไม่ได้ง่ายเหมือนกับที่เห็นเลย โดยเฉพาะเมื่อเธอพับนั้น มือของเธอบวมและรู้สึกร้อนไปหมด (อาการหนึ่งของคนเป็นลูคีเมีย เนื้อตัวจะบวม) แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังคงเฝ้าพับนกกระเรียนไปเรื่อยๆให้มากที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ ช่วงนี้แขกที่แวะมาเยี่ยมเยียนเธอจึงมีกระดาษหลากสีสันติดมีมาให้ซาดาโกะได้พับเป็นนกกระเรียน เธอมีความคิดว่าจะเขียนคำว่า "สันติภาพ" ลงบนปีกของนกกระเรียน เพื่อที่มันจะได้บินไปได้รอบโลก (เศร้าง่า ซิกๆ) จนวันหนึ่งซาดาโกะพบเด็กผู้ชายคนหนึ่งในโรงพยาบาล ซึ่งเขาก็ป่วยเป็นโรคเช่นเดียวกับตัวเธอ เธอพยายามที่จะให้กำลังใจเขาด้วยตำนานของนกกระเรียนพันตัวเช่นเดียวกับที่เธอได้รับ แต่ว่าเด็กชายคนนั้นกลับไม่สนใจ เขาบอกว่าเขารู้ตัวดีว่าพระเจ้าไม่สามารถช่วยเขาได้ เขาจะต้องตายแน่ๆ เขารู้ดีเพราะเขาอ่านตารางที่แสดงผลการตรวจเม็ดเลือดแดงของเขาออก จำนวนมันลดน้อยลงทุกวันๆ และในคืนนั้น เด็กผู้ชายคนนี้ก็ตาย ซาดาโกะกังวลมาก เธอกลัวว่าเธอเองก็จะต้องตายเช่นเดียวกัน แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังเฝ้าหวังไปกับนกกระเรียนทุกตัวที่เธอพับ แต่ละตัวเต็มไปด้วยความปรารถนาของเธอ "ขอให้ฉันหายเร็วๆ ขอให้ฉันหายเร็วๆ"
แม้ว่าเธอจะเจ็บปวดเท่าไร แต่ซาดาโกะก็ไม่เคยปริปากบอกถึงความเจ็บปวดที่เธอรู้สึก เธอยังคงใส่ความหวังลงไปในนกกระเรียนแต่ละตัว แต่ละตัว แต่แม้เธอจะหวังสักเท่าไหร่ แต่โรคร้ายกลับไม่ปราณีเธอ เธอเริ่มมีไข้ บางคืน อาการปวดหัวของเธอนั้นทำให้เธอนอนไม่หลับ เธอยังคงพยายามที่จะพับนกกระเรียนต่อไป แต่ทว่า.. เธอทำได้เพียงแค่ 644 ตัวเท่านั้น ซาดาโกะสิ้นลมในวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ. 1955 โดยที่มีอายุเพียง 12 ปีเท่านั้น นกกระเรียนที่เหลืออีก 356 ตัวนั้น เพื่อนๆของเธอช่วยกันพับ ดังนั้นเธอจึงได้ถูกฝังลงไปพร้อมๆกับนกกระเรียนกระดาษทั้งหมด 1000 ตัวตามความหวังของเธอ
ซาดาโกะนั้นไม่เคยยอมแพ้เลยแม้แต่น้อย เธอพับนกกระดาษไปเรื่อยๆจนกระทั่งเธอตายลง เรื่องนี้ทำให้เพื่อนๆของเธอรู้สึกประทับใจมาก พวกเด็กๆจึงรวบรวมจดหมายที่เธอเขียนขึ้นระหว่างอยู่โรงพยาบาลมาตีพิมพ์ในหนังสือชื่อว่า โคเคชิ ครั้งนั้นพวกเด็กๆทั่วญี่ปุ่นต่างก็ประทับใจในเรื่องของเธอ และรวมเงินกันเพื่อสร้างอนุสาวรีย์ให้กับซาดาโกะ และเด็กๆทุกคนที่ตายไปด้วยระเบิดนิวเคลียร์หนนั้น อนุสาวรีย์นี้อยู่ที่ ฮิโรชิม่า พีซ ปาร์ค เมืองฮิโรชิม่า เป็นรูปปั้นซาดาโกะที่ชูแขนสองข้างขึ้นและชูนกกระเรียนสีทองตัวใหญ่ และใต้รูปปั้นนั้น.. มีคำจารึกอันเป็นคำขอของพวกเด็กๆว่า
This is our cry,This is our prayer, Peace in the world.
นี่คือเสียงของพวกเรา.. นี่คือคำขอของพวกเรา..สันติภาพจงเกิดขึ้นบนโลกนี้
เฮ้อ..อ่านคำที่จารึกไว้ทีไรก็เศร้าทุกที (เก็บตกความเศร้าจากการไปอ่านจดหมายเพื่อนและแม่ซาดาโกะที่เขียนไว้ด้วย.. พอดีไปค้นข้อมูลซาดาโกะเลยค้นๆอ่านดู (เป็นภาษาอังกฤษ)
นั่นสินะ.. ขอสันติภาพจงเกิดขึ้นบนโลกนี้.. แม้จะไม่สำคัญเท่าไหร่เมื่อเทียบกับสงครามโลก.. แต่เมื่อไหร่ภาคใต้เราจะสงบสุขล่ะคะ...??
เกี่ยวกับเธอนี่แหละครับ ดูแล้วก็หดหู่ปนซาบซึ้ง
#1 By พลจัตวา★ภูภู่ฯ on 2005-11-18 03:59