[โหมดบ่น] นี่หรือ..ที่เราเรียกว่าสัตว์ประเสริฐ
posted on 11 Nov 2005 21:24 by tsukasasan in Talks
ที่จริงก็ไม่มีอะไรหรอก (แต่มันมี..?? เอ๊ะ แปลกๆนะ) คือความจริงมันไม่ได้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเราหรอกนะ แต่เราไม่ชอบ..
ไม่ชอบอะไรน่ะเหรอ..?? ก็.. เราแน่ใจเหรอ..?? ที่เรียกพวกตัวว่า "สัตว์ประเสริฐ" น่ะ
เราทำอะไรให้สมกับคำเรียกเช่นนั้นหรือเปล่า..??
เราก็ยังคงเบียดเบียนผู้ที่ด้อยกว่าตนอยู่ดี.. (เราไม่ปฏิเสธว่าเราเองก็ไม่ได้ดีไปกว่านัก เพราะเราก็ผลาญชีวิตผู้อื่นไปเหมือนกัน อย่างน้อยก็อาหาร เราไม่ชอบกินผัก ดังนั้นคงไม่ต้องบอกนะว่าเราทานอะไร.. มันคงไม่มีทางกินขนมปังได้ตลอดทุกมื้อหรอก (แม้เราจะอยากก็ตาม แต่แม่เราไม่มีทางยอมแน่))
เราก็ยังคงมีความสุขกับการเห็นผู้ที่อ่อนแอกว่าตนดิ้นทุรนทุรายในการเอาชีวิตรอดอยู่ดี...
เราเอาแต่ความสบาย โดยปราศจากการเห็นใจชีวิตอื่น...
แล้วก็เราอีกนั่นแหละ.. ที่มาคอยตัดสินว่าชีวิตไหนควรอยู่หรือไป...
อย่างนี้.. ยังสมควรเรียกว่า "สัตว์ประเสริฐ" ได้เต็มปากเต็มคำนักหรือ..??
สำหรับคนที่เคยมาเที่ยวบ้านเรา ก็คงพอรู้ว่าซอยบ้านเรา มีหมาเยอะมากๆ ทั้งหมาเลี้ยง(ในบ้าน) หมาเลี้ยงแบบปล่อยๆมานอกบ้าน และหมา..นั่นแหละ หมาจรจัด (แต่ไม่แปลกหน้า เราเห็นมันทุกวันทุกตัวแทบจะจำหน้า(ตัว)ได้)
คือมันคาใจเรามานานหลายๆครั้งแล้วล่ะ เราไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราต้องไล่ตีหมามันด้วย เราไม่เห็นมันไปทำอะไรให้เลยนะ -*- เมื่อก่อน สมัยที่ยามรุ่นเก่าก่อนยังอยู่ บางทีเขาว่างๆก็เอาไม้ไปตีหมามัน หมามันก็เดินเลี่ยงหนีนะ ไม่กัด (แต่ก็นั่นล่ะ ก็ยามอีกนี่นะ ที่บางครั้งก็แบ่งอาหารให้พวกมันกิน เห็นไหม..?? หมามันกัดมือคนให้น้ำให้อาหารตัวรึ) บางครั้งเจ้าลูกหมาตัวเล็กๆดนยามเตะตัวลอยหล่นลงพื้นดังตุ้บเลยนะ มันก็ร้องเอ๋งๆๆเสียงลั่นแล้วก็วิ่งไปหลบ แย่จัง.. มันก็ไม่ได้ทำอะไรให้เลยนะ ทำไมไปเตะมันแบบนั้นล่ะ - - หรือจะด้วยอารมณ์เสียจากเหตุผลกลใด ไปลงกับมันน่ะถูกแล้วน่ะหรือ (ปัจจุบันยามรุ่นเก่าก่อนนี้ถูกปลดไปแล้ว เขา(หมายถึงพวกกรรมการหมู่บ้านน่ะนะ เราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรด้วย พวกผู้ใหญ่ๆที่ตั้งๆขึ้นมา แต่เราไม่คุ้นหน้าตา)บอกว่าจ้างใหม่ดีกว่า เอาเป็นพวกทหารผ่านศึก (เก็บค่ายามแพงขึ้น - -* โอ้ดีจังเลยนะคะ.. เมื่อก่อน 220 บาท/หลัง ได้ข่าวว่าบางบ้านยังไม่ยอมจะจ่ายเลย ขึ้นมาเป็น 400/หลัง จะมีคนเบี้ยวเพิ่มอีกเท่าไหร่ล่ะน่ะ -*-) อ่ะ นอกเรื่องไปเยอะละ กลับเข้าเรื่องๆ (สงสัยพวกยามรุ่นก่อนคงอารมณ์เสียเรื่องที่จะถูกปลดออกจากงานล่ะมั้ง)
ยามใหม่มา เราก็โอเคนะ ดูเขาก็แข็งขันดี (และแน่นอนกว่า ยามใหม่ใจดีกับพวกหมาในซอยมากกว่ารุ่นก่อน ที่ทำให้เราแปลกใจกว่านั้น เขาบอกว่าจ้างทหารผ่านศึก แต่มีผู้หญิงด้วย..?? ก็เราเห็นหญิง..ก็ไม่ได้ถึงขนาดที่จะเรียกว่าคุณป้าอ่ะนะ อายุน่าจะ 30-40 ใส่ชุดยูนิฟอร์มยามอยู่อ่ะ)
วันนี้ เราเดินออกไปปากซอยกับแม่.. เดินไปจะถึงอยู่แล้วก็เห็นหมาตัวหนึ่ง (มันโตแล้วล่ะนะ) กำลังเห่าพร้อมๆกับมองไปปากซอยใหญ่เลย ตอนแรกเราก็สงสัยอยู่ว่ามันเห่าอะไร เพราะมันเห่าแบบที่ว่า..ไม่ได้กรรโชกแบบหาเรื่องกันในหมู่หมา (เราพอจะจำหน้าตัวนี้ได้ ปกติถ้าหมาซอยเราจะมีเรื่องกันจะเป็นการข้ามถิ่นของหมากลางซอยไปปากซอยมากกว่า แต่เจ้าตัวนี้มันก็อยู่ปากซอยอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับการข้ามแดนแน่) สักพักเราก็เข้าใจ เพราะเมื่อเราเดินต่อไปสักพัก (หมามันเดินไปพร้อมๆกับเราเดิน) ก็เจอผู้ชายคนหนึ่ง ตอนแรกเขาก็ยืนเฉยๆยะ แต่เราเห็นเขาจ้องเขมงไปที่ลูกหมาวัยกำลังโต (เพราะมันไม่ใช่ลูกหมาในความหมายที่ว่าตัวเล็กต้วมเตี้ยมแล้ว แต่ก็ยังไม่ใช่หมาโตเช่นกัน เรียกว่าไงดี หมารุ่น..??) คือตอนแรกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจ้องมันทำไม จะว่าหมาไปทำอะไรกับเขาหรือ ก็ไม่น่า.. เพราะเราเห็นเจ้าสองตัว (มีสองตัวอยู่ด้วยกัน) มันอยู่อีกฝากหนึ่งของถนนมานานแล้ว แล้วอยู่ๆ.. ผู้ชายคนนี้ก็ถอดรองเท้าตัวเองออกมา (เป็นรองเท้าแตะธรรมดาๆ คู่ละไม่กี่สิบบาทที่ขายตามตลาดน่ะนะ) แล้วก็ขว้างไปยังหมาทั้งสองตัวนั่น คงไม่ต้องบอกว่าทั้งสองตัวนั้นร้องครางออกมาก่อนที่จะวิ่งหนี แต่คนๆนี้ยังคงหยิบรองเท้าที่ตัวเองเพิ่งคว้างไปเมื่อครู่ขว้างไปที่มันอีกสองสามรอบ จนกระทั่ง (เราคาดว่า) สาแก่ใจตัวเอาก็เอารองเท้ามาใส่แล้วเดินไปนั่งพักหน้าทาวเฮาส์ล็อคหนึ่ง (ไม่กล้าบอกว่านั่นเป็นบ้านเขาหรือไม่ เพราะไม่เห็นเข้าไปในตัวบ้าน ปากซอยหมู่บ้านเราเป็นโซนของทาวเฮาส์อ่ะ)
แน่ล่ะ.. สิ่งหนึ่งที่เราโทษตัวเองในใจ ว่าทำไมไม่ไปห้ามเขา.. ขอตอบแบบไม่อายเลยว่า เรากลัวจริงอยู่ว่าอยู่ในเหตุการณ์ ห้ามได้ทำไมไม่ห้าม แต่มันกลัวนี่ ท่าทางเขาใช่ว่าจะฟังเหตุผลเราที่อายุอ่อนกว่าเห็นๆได้ (เขายังไม่แก่มากนะ แต่ก็เรียกได้ว่าไม่เด็กกว่าเรา น่าจะโตกว่าเราประมาณ3-4ปี) แถมเราใส่ชุดนิสิตอยู่ด้วย และสภาพท่าทางการแต่งกาย+อารมณ์ คงไม่ดีแน่หากไปต่อความกับเขา (แม่เราเดินด้วยน่ะนะ แต่แม่เราคงไม่ใส่ใจอะไรมาก)ที่ทำได้เพียงเหล่มองด้วยหางตา (แต่เขารู้ตัวไหมไม่รู้นะ ช่างหัวมันสิ) หวังว่าเจ้าลูกหมาทั้งคู่คงไม่เจอเหตุร้ายอะไรอีกนะ
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขอเล่าต่อไปเลยละกัน เราเองก็ไม่เข้าใจนักหรอก ในขณะที่คนไทยเราบอกว่าเมืองไทยเมืองพุทธ คนไทยใจบุญที่สุดแล้ว.. แต่ทำไม..??
หนหนึ่ง เรานั่งรถเมลล์กลับบ้าน (146 กลับจากเซ็นปิ่นฯ) เนื่องจากนั่งริ่มหน้าต่าง แล้วเราเป็นพวกชอบมองออกไปด้านนอกอยู่แล้วเลยมองออกไปด้านนอก รถจอดรับคนทีก็สังเกตดูตามป้ายรถบ้างไปเรื่อยๆ จนกระทั่งผ่านมาถึงป้ายหนึ่ง เชื่อไหมว่าได้ยินเสียงร้อง "เอ๋ง" กันดังทั่วรถเลย (เราเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดดี) แน่นอนอยุ่แล้วว่านั่นเป็นเสียงหมาร้อง หมาสีดำที่มีแผลปอกเปิงไปทั้งตัว (แผลเก่า ไม่ใช่แผลใหม่) กำลังหนีถอยห่างสุภาพสตรีท่านหนึ่ง รู้ไหมคะว่าทำไม ก่อนหน้านั้นมันนั่งเฉยๆอยู่ข้างๆคุณเธอที่นั่งรอรถอยู่นั่นล่ะค่ะ แต่อยู่ๆโดยไม่ทันคาดคิด เธอก็เอาเท้าที่ใส่รองเท้าส้นสูงนั่นถีบไปแรงๆที่ตัวมันเลย มันคงงงอยู่เหมือนกันที่อยู่ๆถีบมันด้วยเหตุใดไม่รู้ เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่เดาเอาว่าคงเกิดจาก "ความรังเกียจ" ล่ะมั้ง
หลายต่อหลายครั้งที่เราได้ยินคนบ่นว่าถึงพวกหมาจรจัดว่า "น่าฆ่าพวกมันให้ตายจริงๆ" ทำไมล่ะคะ..?? มันทำอะไรผิดล่ะ มันผิดเหรอที่เกิดมาไม่มีคนเลี้ยง มันผิดเหรอที่เจ้าของเดิมนำมามาปล่อยให้เผชิญชะตากรรมข้างถนน มันผิดเหรอที่มันไม่ใช่หมาเทศที่มีราคาสูงลิบลิ่ว(อย่ากระนั้นเลย แม้แต่หมาเทศราคาแสนแพงก็ยังถูกปล่อยเช่นกัน ไม่เชื่อไปหาดูได้ที่วัคสังฆทาน.. มีโกลเด้นแก่ๆ 1หรือ2ตัวเนี่ยแหละ เซนต์เบอร์นาร์ดแก่ๆอีก อัลเชเซี่ยนตัวใหญ่อีก..ไม่ได้รับประกันให้พวกเจ้าเลยสินะว่าถึงมีสายพันธ์เทศก็จะไม่ถูกทิ้ง อย่างนี้ก็อย่าหวังกับแค่หมาพันทางกระจอกๆสินะ)
เราไม่ได้เห็นด้วยหรือสนับสนุนให้มันเกลื่อนเมืองนะ แต่เรามองว่ามันความผิดคนเราต่างหาก ใครกันล่ะที่เริ่มเลี้ยง แต่พอหมดรักก็เอาไปทิ้ง ถ้าแบบนี้ไม่ต้องหาเลี้ยงแต่แรกดีกว่าไหม ผไม่ต้องห่างไกล คนบ้านใกล้เรือนเคียงเราก็เช่นกัน เขาชอบไปเอาลูกหมามาเลี้ยงบ่อยๆ (ย้ำว่าบ่อย) แต่พอมันโตขึ้นหมดความน่ารักก็เอาไปปล่อยวัด แล้วก็ไปเอาลูกหมามาเลี้ยงอีก วนไปเรื่อยๆ)
หมากัดคน ที่เป็นข่าวบ่อยๆ.. อันนั้นเราไม่รู้ ต้องสืบเอาว่าทำไมมันถึงกัด เท่าที่เรารู้ หมากัดคนเมื่อมีสิ่งกระตุ้นเร้านะ พวกสัตว์มันไม่เหมือนคนนี่.. กฏเกณฑ์ของพวกมันเรียบง่ายกว่าของคนเรานัก (สำหรับบ้านเรา มีหมาสองตัว ตัวหนึ่งอยู่กับเรามาตั้งแต่ยังเด็กมากๆ ปัจจุบันนี้มันก็คงอายุสัก 14-15ปีแล้ว ตัวนี้เคยแสดงทีท่าว่าจะกัดคนเมื่อครั้งที่น้ามาหาเราที่บ้านแล้วอุ้มเราขึ้นสูงๆหมุนไปหมุนมา มันเลยกระโจนเข้าใส่ แต่ไม่มีใครเป็นอะไร แน่ละ เพราะสำหรับเจ้าแล้วเป็นเพียงแค่พุดเดิ้ลตัวเล็กๆ ที่สูงยังไม่ถึงครึ่งเข่าเลย แล้วมันกัดคนจริงๆเมื่อครั้งหนึ่งที่พี่สาวหลังบ้านข้ามมา แล้วไปเหยียบถูกมันเข้า แต่ไม่มีแผลอะไรมากนัก แค่รอยกัดถลอกๆ ส่วนอีกตัว น่าห่วงว่ามันคงกัดใครไม่เป็นแน่ๆ หนนึงยังถูกเจ้าบิทูเทอเรียร์ที่หลุดมาจากบ้านไหนไม่รู้กัดปากซะเหวะหวะ (แถมกัดเจ้าตัวเล็กซะหัวเหอวะ เจ้าของไปไหนกันนะ เจ้านี่มาหยุดหน้าบ้านเรานานสุดๆเลย กระทั่งเอาน้ำไปสาดไล่ยังไม่ยอมไป) หมาสายพันธ์นี้อยู่ในเชื้อสายนักสู้ด้วยล่ะมั้ง ถ้าจำไม่ผิด ผสมมาเพื่อสู้กัน หรือใช้ต้อนวัวด้วยไม่แน่ใจ) ปัจจัยเลี้ยงก็ส่วนหนึ่งที่ทำให้หมากัดคน.. อันนั้นต้องดูว่าเลี้ยงกันยังไง นอกเรื่อง.. - -/
ก็นะ.. ก็สุดท้ายแล้ว.. เราว่าหมาก็ยังมีหลายสิ่งที่ดีกว่าคนนะ..
หนหนึ่ง เมื่อครั้งที่มีเด็กกลุ่มหนึ่งพยายามจะเดินจากวัดที่อยู่ใกล้บ้านโฮสต์มากที่สุด กลับไปยังบ้านโฮสต์ (ที่ใครก็ไม่รู้บอกตอนโฮสต์ถามว่าให้ไปรับเอาไหม ตอบไปว่าไม่เป็นไรค่ะ อยากเดินชมบรรยากาศมากกว่า -3-) ในที่ๆตนเองรู้จักแค่จากหน้าต่างรถที่แล่นผ่าน ว่าระยะทางไม่น่าไกล (ดันเจือกไกลเป็นกิโลฯๆ) รถราไม่ต้องพูดถึง ฝนเพิ่งหยุดไปหมาดๆ แถมที่อยู่ไม่ได้เรียกได้ว่าเป็นตัวเมืองของออสเตรเลียมากนัก (แต่ทิวทัศน์สวยมากจนอยากไปอีก) ใครสักคนเสนอให้ลองขอบ้านแถวนั้นโทรกลับไปเรียกโฮสต์มารับดีไหม แต่แน่ยิ่งกว่าแน่ ใครเขาจะให้คนแปลกหน้าเข้าบ้าน แถมไม่ใช่คนชาติเดียวกันอีก - - ก็แน่อยู่แล้วว่าเขาต้องปฏิเสธ (ตะแต่ก้าวออกมาจากประตูบ้านด้านใน ห่างจากรั้วเป็นสิบเมตร - -) จนเดินมาเรื่อยๆก็เจอะกะหมาสามตัว ตัวหนึ่งรู้สึกจะเป็นร็อค ไวเรอร์ (น่าน..สายพีนธ์ที่เป็นข่าวกัดเด็กบ่อยสุด) กับที่เหลือไม่รู้ว่าพันธ์อะไร แต่คาดจากสภาพคงเป็นกลุ่มเดียวกันเพราะเดินมาด้วยกันเป็นกลุ่ม โดยที่มีร็อคไวเรอร์เป็นผู้นำ
... เงียบไปพักใหญ่...
แล้วทำไมไม่รู้ว่าทั้งกลุ่มต้องมากระจุกอยู่หลังเราแถมน้องคนนึงก็ยื่นไก่ย่างมาให้เราถืออีกต่างหาก (เดี๋ยวมันตามหนู หนูกลัวมันกัด เอากะเค้าสิ แม่คุณ หมามันไม่ไล่กัดเราหรอกหากเราไม่วิ่งหนีมันก่อนน่ะนะ)
พอสามตัวนั่นเดินไกลเข้ามา (หรืออีกนัย พวกเราก็ค่อยๆเดินไปข้างหน้าเหมือนกัน มัวแต่รอกันแบบนี้ไม่ต้องถึงบ้านกันพอดี แถวนี้มืดน่ากลัวใช่เล่นนะ) พลพรรคกลุ่มเราก็เริ่มตั้งท่าจะวิ่งหนีกันแล้ว (จนต้องคว้ามือจับไว้ก่อน เดี๋ยวสิ วิ่งไปแบบนั้นสิโดนไล่แน่..*ก็หนูกลัวมันกัด พี่ไม่กลัวหรือไง* กลัว..กลัวสิ.. หมาสายพันธุ์ที่ไม่เคยเล่นหัวกับมันมาก่อน แถมนี่มันก็ต่างเมือง หมาแต่ละที่มันจะมีนิสัยเหมือนกันไหมนะ ว่าแต่ทำไมเราต้องเดินนำแล้วคนอื่นเกาะท้ายฟระ - - ไอ้ที่ว่าน้องก็โอเคหรอก.. ก็น้องบ้านโฮสต์เดียวกันเสียสอง อีกหนึ่งโฮสต์เขาพามาเที่ยวบ้านเพราะนัดกันไว้ แต่อีกหนึ่งนะพี่เราอีกทีนะ -3- )
แต่ปรากฏว่าหมาทั้งสามตัวนั่นไม่ทำอะไรพวกเรา.. (แอบลูบหัวมันไปหน่อยนึง) แล้วพวกมันก็ตาม (หรืออีกนัย วิ่งนำบ้าง ตามบ้าง ออกนอกทางไปบ้าง ตามเรื่องตามราว)มาส่งถึงหน้าบ้านโฮสต์ ไม่รู้หมาบ้านไหน.. ขอบคุณนะ แล้วก็ขอโทษด้วยที่ทำให้เจ้าต้องวิ่งเตลิดเปิดเปิงไปเพราะเจ้าซิดนีย์ (หมาบ้านโฮสต์) วิ่งออกมาไล่ตั้งแต่เรายังไปไม่ถึงประตู
พูดถึงซิดนีย์ มันเป็นสัตว์ตัวแรกที่เราเจอการต้อนรับตั้งแต่เข้าไปในบ้านโฮสต์วันแรก ไม่รู้จะด้วยว่าอะไร แต่โฮสต์เรารับเรากับพี่เข้ามา แล้วเขามีลูกซึ่งบ้านอยู่ในรั้วเดียวกันซึ่งรับน้องเข้ามาอีกสองคน นั่นคือเราเข้าไปอยู่กันคนไทยทั้งหมด4คน อ่อ รวมครูที่ตามไปจากไทยอีกคนซึ่งพิเศษหน่อย
ไม่รู้ทำไม แต่พอลงจากรถหมดทุกคน มันวิ่งเข้าหาเราคนแรกเลย 555+ แต่โอเคนะ ไม่กลัว ออกจะชอบมันด้วยล่ะ (มันเป็นพันธุ์บ็อกเซอร์) ทำเอาเสื้อในวันนั้นเต็มไปด้วยรอยเท้ามันเต็มตัวไปหมด(แต่มันออกจะเป็นหมาที่แสนดี คืนหนึ่งเราตื่นขึ้นกลางดึกเห็นโฮสต์ถือปืนออกไป บอกว่าจิ้งจอกมันมาขโมยไก่ เราก็เห็นมันนี่แหละวิ่งพล่านไปทั่ว พลางเอาจมูกดมๆๆ แต่รู้สึกไก่จะไม่ตายนะ แอบเสียดายนิดหน่อยที่ไม่มีโอกสเห็นหมาจิ้งจอก)
หมา.. ทำให้เราข้ามถนนได้สักที (เพราะเราเดินตามมัน - -+) ก็แหม.. รถไม่หยุดให้เลยนี่นา มันก็รออยู่ด้วย ไม่รู้ว่าใครอาศัยใครข้ามกันแน่ เหมือนจะออกเดินพร้อมๆกันเลย (วันนี้ก็เช่นกัน ขอบคุณหมาปากซอย(ด้านนอก)มาก)
หมา.. ไม่กัดคนง่ายๆโดยไม่มีเหตุผลหรอก เชื่อเถอะ (เว้นเสียแต่มันจะเป็นบ้า) อย่างน้อยๆ ตั้งแต่เราเกิดมา ก็ไม่เคยโดยหมากัดได้แผลเลยนะ (แผลเพียงอย่างเดียวที่ได้จากหมาคือ รอยข่วนถลอกตอนเล่น) แน่นอน การเดาอารมณ์หมาก็เป็นเรื่องสำคัญเน้อ ถ้าไปหาเรื่องกับมันตอนที่มันทำท่าแบบพร้อมมีเรื่องมันก็คงได้สักแผลล่ะ แล้วข้อควรรู้ว่าทำไมเด็กถึงจะโดนกัดบ่อยมากกว่าผู้ใหญ่.. ไม่ใช่เพราะหมามันกลัวคนที่โตกว่าหรอก แต่หมามันมีสังคม และระดับขั้นทางสังคมเหมือนคนเรา สำหรับผู้ใหญ่ๆ นั้นหมามันจะจัดไว้อีกระดับหนึ่ง แต่กับเด็กๆ มันไม่จัดระดับให้เท่าผู้ใหญ่หรอกนะ (ก็เหมือนๆกับลูกหมาล่ะ หมาที่อาวุโสกว่าจะอบรมพวกตัวเล็กๆได้ก็แบบนี้) แล้วการที่เด็กชอบไปดึงทึ้งหู+หาง อันเป็นจุดสำคัญที่หมาไม่ชอบไห้ไปจับต้อง ก็อาจโดนกัดเข้าง่ายๆ (ดังนั้นหมาตัวไหนที่เพิ่งรู้จัก อย่าไปยุ่งกับหูและหางมันนะ หมามันไม่ชอบหรอก แต่เจ้าที่บ้านเราก็เล่นบ่อยๆ มันก็คงชินแล้วแหละ อย่างน้อยมันก็อยู่กับเรามาแต่เล็กแต่น้อย - -+)
จบการอับบลอคยาวๆ (ไร้สาระ.??)
ก็เป็นเรื่องต้องขบคิดกันต่อไป...
(แต่บางทีเราชอบหมามากกว่าคนบางคนด้วยนะ หมาน่ะ.. มันไม่ทรยศนายของตัวเองหรอก (หมายความว่าถ้านายของมันคนนั้นเลี้ยงมันด้วยความรักจริงๆนะ ไม่ใช่สักแต่ปากว่ารัก) มีหนังสือหลายเล่มไปที่ทำให้ซึ้งไปกับเรื่องราวของหมากับเจ้าของ และแน่ๆ สำหรับหมาเราเอง.. หนหนึ่งที่แม้ว่ามันป่วยหนัก (จนเรานึกว่ามันจะตายไปในครั้งนั้นแล้ว เพราะขยับตัวไม่ได้เลย เจ็บจนร้องครางออกมาเสียงลั่นทุกครั้ง) แต่ถึงแบบนั้นก็ก็ตะเกียกตะกายมารับเราเมื่อรู้ว่าเรากลับมาบ้าน (พร้อมกับเสียงร้องที่บอกว่าเจ็บปวดสุดๆ แต่แกก็ยังออกมารับ) แม้ว่าจะเจ็บขนาดนั้น (ในคืนที่คิดว่ามันจะตายแล้ว) ก็ยังอุตส่าห์ตะเกียกตะกายขึ้นบันไดไปได้อย่างไรไม่มีใครรู้ (มันไม่เคยขึ้นข้างบนเป็นสิบปี) แล้วไปล้มตัวนอนหน้าประตูห้องเรา... อย่างนี้น่ะเหรอ ที่เราเรียกว่าสัตว์เดรัจฉาน ยังดีกว่าคนเราบางคนด้วยซ้ำล่ะมั้ง)
ไม่ชอบอะไรน่ะเหรอ..?? ก็.. เราแน่ใจเหรอ..?? ที่เรียกพวกตัวว่า "สัตว์ประเสริฐ" น่ะ
เราทำอะไรให้สมกับคำเรียกเช่นนั้นหรือเปล่า..??
เราก็ยังคงเบียดเบียนผู้ที่ด้อยกว่าตนอยู่ดี.. (เราไม่ปฏิเสธว่าเราเองก็ไม่ได้ดีไปกว่านัก เพราะเราก็ผลาญชีวิตผู้อื่นไปเหมือนกัน อย่างน้อยก็อาหาร เราไม่ชอบกินผัก ดังนั้นคงไม่ต้องบอกนะว่าเราทานอะไร.. มันคงไม่มีทางกินขนมปังได้ตลอดทุกมื้อหรอก (แม้เราจะอยากก็ตาม แต่แม่เราไม่มีทางยอมแน่))
เราก็ยังคงมีความสุขกับการเห็นผู้ที่อ่อนแอกว่าตนดิ้นทุรนทุรายในการเอาชีวิตรอดอยู่ดี...
เราเอาแต่ความสบาย โดยปราศจากการเห็นใจชีวิตอื่น...
แล้วก็เราอีกนั่นแหละ.. ที่มาคอยตัดสินว่าชีวิตไหนควรอยู่หรือไป...
อย่างนี้.. ยังสมควรเรียกว่า "สัตว์ประเสริฐ" ได้เต็มปากเต็มคำนักหรือ..??
สำหรับคนที่เคยมาเที่ยวบ้านเรา ก็คงพอรู้ว่าซอยบ้านเรา มีหมาเยอะมากๆ ทั้งหมาเลี้ยง(ในบ้าน) หมาเลี้ยงแบบปล่อยๆมานอกบ้าน และหมา..นั่นแหละ หมาจรจัด (แต่ไม่แปลกหน้า เราเห็นมันทุกวันทุกตัวแทบจะจำหน้า(ตัว)ได้)
คือมันคาใจเรามานานหลายๆครั้งแล้วล่ะ เราไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราต้องไล่ตีหมามันด้วย เราไม่เห็นมันไปทำอะไรให้เลยนะ -*- เมื่อก่อน สมัยที่ยามรุ่นเก่าก่อนยังอยู่ บางทีเขาว่างๆก็เอาไม้ไปตีหมามัน หมามันก็เดินเลี่ยงหนีนะ ไม่กัด (แต่ก็นั่นล่ะ ก็ยามอีกนี่นะ ที่บางครั้งก็แบ่งอาหารให้พวกมันกิน เห็นไหม..?? หมามันกัดมือคนให้น้ำให้อาหารตัวรึ) บางครั้งเจ้าลูกหมาตัวเล็กๆดนยามเตะตัวลอยหล่นลงพื้นดังตุ้บเลยนะ มันก็ร้องเอ๋งๆๆเสียงลั่นแล้วก็วิ่งไปหลบ แย่จัง.. มันก็ไม่ได้ทำอะไรให้เลยนะ ทำไมไปเตะมันแบบนั้นล่ะ - - หรือจะด้วยอารมณ์เสียจากเหตุผลกลใด ไปลงกับมันน่ะถูกแล้วน่ะหรือ (ปัจจุบันยามรุ่นเก่าก่อนนี้ถูกปลดไปแล้ว เขา(หมายถึงพวกกรรมการหมู่บ้านน่ะนะ เราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรด้วย พวกผู้ใหญ่ๆที่ตั้งๆขึ้นมา แต่เราไม่คุ้นหน้าตา)บอกว่าจ้างใหม่ดีกว่า เอาเป็นพวกทหารผ่านศึก (เก็บค่ายามแพงขึ้น - -* โอ้ดีจังเลยนะคะ.. เมื่อก่อน 220 บาท/หลัง ได้ข่าวว่าบางบ้านยังไม่ยอมจะจ่ายเลย ขึ้นมาเป็น 400/หลัง จะมีคนเบี้ยวเพิ่มอีกเท่าไหร่ล่ะน่ะ -*-) อ่ะ นอกเรื่องไปเยอะละ กลับเข้าเรื่องๆ (สงสัยพวกยามรุ่นก่อนคงอารมณ์เสียเรื่องที่จะถูกปลดออกจากงานล่ะมั้ง)
ยามใหม่มา เราก็โอเคนะ ดูเขาก็แข็งขันดี (และแน่นอนกว่า ยามใหม่ใจดีกับพวกหมาในซอยมากกว่ารุ่นก่อน ที่ทำให้เราแปลกใจกว่านั้น เขาบอกว่าจ้างทหารผ่านศึก แต่มีผู้หญิงด้วย..?? ก็เราเห็นหญิง..ก็ไม่ได้ถึงขนาดที่จะเรียกว่าคุณป้าอ่ะนะ อายุน่าจะ 30-40 ใส่ชุดยูนิฟอร์มยามอยู่อ่ะ)
วันนี้ เราเดินออกไปปากซอยกับแม่.. เดินไปจะถึงอยู่แล้วก็เห็นหมาตัวหนึ่ง (มันโตแล้วล่ะนะ) กำลังเห่าพร้อมๆกับมองไปปากซอยใหญ่เลย ตอนแรกเราก็สงสัยอยู่ว่ามันเห่าอะไร เพราะมันเห่าแบบที่ว่า..ไม่ได้กรรโชกแบบหาเรื่องกันในหมู่หมา (เราพอจะจำหน้าตัวนี้ได้ ปกติถ้าหมาซอยเราจะมีเรื่องกันจะเป็นการข้ามถิ่นของหมากลางซอยไปปากซอยมากกว่า แต่เจ้าตัวนี้มันก็อยู่ปากซอยอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับการข้ามแดนแน่) สักพักเราก็เข้าใจ เพราะเมื่อเราเดินต่อไปสักพัก (หมามันเดินไปพร้อมๆกับเราเดิน) ก็เจอผู้ชายคนหนึ่ง ตอนแรกเขาก็ยืนเฉยๆยะ แต่เราเห็นเขาจ้องเขมงไปที่ลูกหมาวัยกำลังโต (เพราะมันไม่ใช่ลูกหมาในความหมายที่ว่าตัวเล็กต้วมเตี้ยมแล้ว แต่ก็ยังไม่ใช่หมาโตเช่นกัน เรียกว่าไงดี หมารุ่น..??) คือตอนแรกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจ้องมันทำไม จะว่าหมาไปทำอะไรกับเขาหรือ ก็ไม่น่า.. เพราะเราเห็นเจ้าสองตัว (มีสองตัวอยู่ด้วยกัน) มันอยู่อีกฝากหนึ่งของถนนมานานแล้ว แล้วอยู่ๆ.. ผู้ชายคนนี้ก็ถอดรองเท้าตัวเองออกมา (เป็นรองเท้าแตะธรรมดาๆ คู่ละไม่กี่สิบบาทที่ขายตามตลาดน่ะนะ) แล้วก็ขว้างไปยังหมาทั้งสองตัวนั่น คงไม่ต้องบอกว่าทั้งสองตัวนั้นร้องครางออกมาก่อนที่จะวิ่งหนี แต่คนๆนี้ยังคงหยิบรองเท้าที่ตัวเองเพิ่งคว้างไปเมื่อครู่ขว้างไปที่มันอีกสองสามรอบ จนกระทั่ง (เราคาดว่า) สาแก่ใจตัวเอาก็เอารองเท้ามาใส่แล้วเดินไปนั่งพักหน้าทาวเฮาส์ล็อคหนึ่ง (ไม่กล้าบอกว่านั่นเป็นบ้านเขาหรือไม่ เพราะไม่เห็นเข้าไปในตัวบ้าน ปากซอยหมู่บ้านเราเป็นโซนของทาวเฮาส์อ่ะ)
แน่ล่ะ.. สิ่งหนึ่งที่เราโทษตัวเองในใจ ว่าทำไมไม่ไปห้ามเขา.. ขอตอบแบบไม่อายเลยว่า เรากลัวจริงอยู่ว่าอยู่ในเหตุการณ์ ห้ามได้ทำไมไม่ห้าม แต่มันกลัวนี่ ท่าทางเขาใช่ว่าจะฟังเหตุผลเราที่อายุอ่อนกว่าเห็นๆได้ (เขายังไม่แก่มากนะ แต่ก็เรียกได้ว่าไม่เด็กกว่าเรา น่าจะโตกว่าเราประมาณ3-4ปี) แถมเราใส่ชุดนิสิตอยู่ด้วย และสภาพท่าทางการแต่งกาย+อารมณ์ คงไม่ดีแน่หากไปต่อความกับเขา (แม่เราเดินด้วยน่ะนะ แต่แม่เราคงไม่ใส่ใจอะไรมาก)ที่ทำได้เพียงเหล่มองด้วยหางตา (แต่เขารู้ตัวไหมไม่รู้นะ ช่างหัวมันสิ) หวังว่าเจ้าลูกหมาทั้งคู่คงไม่เจอเหตุร้ายอะไรอีกนะ
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขอเล่าต่อไปเลยละกัน เราเองก็ไม่เข้าใจนักหรอก ในขณะที่คนไทยเราบอกว่าเมืองไทยเมืองพุทธ คนไทยใจบุญที่สุดแล้ว.. แต่ทำไม..??
หนหนึ่ง เรานั่งรถเมลล์กลับบ้าน (146 กลับจากเซ็นปิ่นฯ) เนื่องจากนั่งริ่มหน้าต่าง แล้วเราเป็นพวกชอบมองออกไปด้านนอกอยู่แล้วเลยมองออกไปด้านนอก รถจอดรับคนทีก็สังเกตดูตามป้ายรถบ้างไปเรื่อยๆ จนกระทั่งผ่านมาถึงป้ายหนึ่ง เชื่อไหมว่าได้ยินเสียงร้อง "เอ๋ง" กันดังทั่วรถเลย (เราเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดดี) แน่นอนอยุ่แล้วว่านั่นเป็นเสียงหมาร้อง หมาสีดำที่มีแผลปอกเปิงไปทั้งตัว (แผลเก่า ไม่ใช่แผลใหม่) กำลังหนีถอยห่างสุภาพสตรีท่านหนึ่ง รู้ไหมคะว่าทำไม ก่อนหน้านั้นมันนั่งเฉยๆอยู่ข้างๆคุณเธอที่นั่งรอรถอยู่นั่นล่ะค่ะ แต่อยู่ๆโดยไม่ทันคาดคิด เธอก็เอาเท้าที่ใส่รองเท้าส้นสูงนั่นถีบไปแรงๆที่ตัวมันเลย มันคงงงอยู่เหมือนกันที่อยู่ๆถีบมันด้วยเหตุใดไม่รู้ เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่เดาเอาว่าคงเกิดจาก "ความรังเกียจ" ล่ะมั้ง
หลายต่อหลายครั้งที่เราได้ยินคนบ่นว่าถึงพวกหมาจรจัดว่า "น่าฆ่าพวกมันให้ตายจริงๆ" ทำไมล่ะคะ..?? มันทำอะไรผิดล่ะ มันผิดเหรอที่เกิดมาไม่มีคนเลี้ยง มันผิดเหรอที่เจ้าของเดิมนำมามาปล่อยให้เผชิญชะตากรรมข้างถนน มันผิดเหรอที่มันไม่ใช่หมาเทศที่มีราคาสูงลิบลิ่ว(อย่ากระนั้นเลย แม้แต่หมาเทศราคาแสนแพงก็ยังถูกปล่อยเช่นกัน ไม่เชื่อไปหาดูได้ที่วัคสังฆทาน.. มีโกลเด้นแก่ๆ 1หรือ2ตัวเนี่ยแหละ เซนต์เบอร์นาร์ดแก่ๆอีก อัลเชเซี่ยนตัวใหญ่อีก..ไม่ได้รับประกันให้พวกเจ้าเลยสินะว่าถึงมีสายพันธ์เทศก็จะไม่ถูกทิ้ง อย่างนี้ก็อย่าหวังกับแค่หมาพันทางกระจอกๆสินะ)
เราไม่ได้เห็นด้วยหรือสนับสนุนให้มันเกลื่อนเมืองนะ แต่เรามองว่ามันความผิดคนเราต่างหาก ใครกันล่ะที่เริ่มเลี้ยง แต่พอหมดรักก็เอาไปทิ้ง ถ้าแบบนี้ไม่ต้องหาเลี้ยงแต่แรกดีกว่าไหม ผไม่ต้องห่างไกล คนบ้านใกล้เรือนเคียงเราก็เช่นกัน เขาชอบไปเอาลูกหมามาเลี้ยงบ่อยๆ (ย้ำว่าบ่อย) แต่พอมันโตขึ้นหมดความน่ารักก็เอาไปปล่อยวัด แล้วก็ไปเอาลูกหมามาเลี้ยงอีก วนไปเรื่อยๆ)
หมากัดคน ที่เป็นข่าวบ่อยๆ.. อันนั้นเราไม่รู้ ต้องสืบเอาว่าทำไมมันถึงกัด เท่าที่เรารู้ หมากัดคนเมื่อมีสิ่งกระตุ้นเร้านะ พวกสัตว์มันไม่เหมือนคนนี่.. กฏเกณฑ์ของพวกมันเรียบง่ายกว่าของคนเรานัก (สำหรับบ้านเรา มีหมาสองตัว ตัวหนึ่งอยู่กับเรามาตั้งแต่ยังเด็กมากๆ ปัจจุบันนี้มันก็คงอายุสัก 14-15ปีแล้ว ตัวนี้เคยแสดงทีท่าว่าจะกัดคนเมื่อครั้งที่น้ามาหาเราที่บ้านแล้วอุ้มเราขึ้นสูงๆหมุนไปหมุนมา มันเลยกระโจนเข้าใส่ แต่ไม่มีใครเป็นอะไร แน่ละ เพราะสำหรับเจ้าแล้วเป็นเพียงแค่พุดเดิ้ลตัวเล็กๆ ที่สูงยังไม่ถึงครึ่งเข่าเลย แล้วมันกัดคนจริงๆเมื่อครั้งหนึ่งที่พี่สาวหลังบ้านข้ามมา แล้วไปเหยียบถูกมันเข้า แต่ไม่มีแผลอะไรมากนัก แค่รอยกัดถลอกๆ ส่วนอีกตัว น่าห่วงว่ามันคงกัดใครไม่เป็นแน่ๆ หนนึงยังถูกเจ้าบิทูเทอเรียร์ที่หลุดมาจากบ้านไหนไม่รู้กัดปากซะเหวะหวะ (แถมกัดเจ้าตัวเล็กซะหัวเหอวะ เจ้าของไปไหนกันนะ เจ้านี่มาหยุดหน้าบ้านเรานานสุดๆเลย กระทั่งเอาน้ำไปสาดไล่ยังไม่ยอมไป) หมาสายพันธ์นี้อยู่ในเชื้อสายนักสู้ด้วยล่ะมั้ง ถ้าจำไม่ผิด ผสมมาเพื่อสู้กัน หรือใช้ต้อนวัวด้วยไม่แน่ใจ) ปัจจัยเลี้ยงก็ส่วนหนึ่งที่ทำให้หมากัดคน.. อันนั้นต้องดูว่าเลี้ยงกันยังไง นอกเรื่อง.. - -/
ก็นะ.. ก็สุดท้ายแล้ว.. เราว่าหมาก็ยังมีหลายสิ่งที่ดีกว่าคนนะ..
หนหนึ่ง เมื่อครั้งที่มีเด็กกลุ่มหนึ่งพยายามจะเดินจากวัดที่อยู่ใกล้บ้านโฮสต์มากที่สุด กลับไปยังบ้านโฮสต์ (ที่ใครก็ไม่รู้บอกตอนโฮสต์ถามว่าให้ไปรับเอาไหม ตอบไปว่าไม่เป็นไรค่ะ อยากเดินชมบรรยากาศมากกว่า -3-) ในที่ๆตนเองรู้จักแค่จากหน้าต่างรถที่แล่นผ่าน ว่าระยะทางไม่น่าไกล (ดันเจือกไกลเป็นกิโลฯๆ) รถราไม่ต้องพูดถึง ฝนเพิ่งหยุดไปหมาดๆ แถมที่อยู่ไม่ได้เรียกได้ว่าเป็นตัวเมืองของออสเตรเลียมากนัก (แต่ทิวทัศน์สวยมากจนอยากไปอีก) ใครสักคนเสนอให้ลองขอบ้านแถวนั้นโทรกลับไปเรียกโฮสต์มารับดีไหม แต่แน่ยิ่งกว่าแน่ ใครเขาจะให้คนแปลกหน้าเข้าบ้าน แถมไม่ใช่คนชาติเดียวกันอีก - - ก็แน่อยู่แล้วว่าเขาต้องปฏิเสธ (ตะแต่ก้าวออกมาจากประตูบ้านด้านใน ห่างจากรั้วเป็นสิบเมตร - -) จนเดินมาเรื่อยๆก็เจอะกะหมาสามตัว ตัวหนึ่งรู้สึกจะเป็นร็อค ไวเรอร์ (น่าน..สายพีนธ์ที่เป็นข่าวกัดเด็กบ่อยสุด) กับที่เหลือไม่รู้ว่าพันธ์อะไร แต่คาดจากสภาพคงเป็นกลุ่มเดียวกันเพราะเดินมาด้วยกันเป็นกลุ่ม โดยที่มีร็อคไวเรอร์เป็นผู้นำ
... เงียบไปพักใหญ่...
แล้วทำไมไม่รู้ว่าทั้งกลุ่มต้องมากระจุกอยู่หลังเราแถมน้องคนนึงก็ยื่นไก่ย่างมาให้เราถืออีกต่างหาก (เดี๋ยวมันตามหนู หนูกลัวมันกัด เอากะเค้าสิ แม่คุณ หมามันไม่ไล่กัดเราหรอกหากเราไม่วิ่งหนีมันก่อนน่ะนะ)
พอสามตัวนั่นเดินไกลเข้ามา (หรืออีกนัย พวกเราก็ค่อยๆเดินไปข้างหน้าเหมือนกัน มัวแต่รอกันแบบนี้ไม่ต้องถึงบ้านกันพอดี แถวนี้มืดน่ากลัวใช่เล่นนะ) พลพรรคกลุ่มเราก็เริ่มตั้งท่าจะวิ่งหนีกันแล้ว (จนต้องคว้ามือจับไว้ก่อน เดี๋ยวสิ วิ่งไปแบบนั้นสิโดนไล่แน่..*ก็หนูกลัวมันกัด พี่ไม่กลัวหรือไง* กลัว..กลัวสิ.. หมาสายพันธุ์ที่ไม่เคยเล่นหัวกับมันมาก่อน แถมนี่มันก็ต่างเมือง หมาแต่ละที่มันจะมีนิสัยเหมือนกันไหมนะ ว่าแต่ทำไมเราต้องเดินนำแล้วคนอื่นเกาะท้ายฟระ - - ไอ้ที่ว่าน้องก็โอเคหรอก.. ก็น้องบ้านโฮสต์เดียวกันเสียสอง อีกหนึ่งโฮสต์เขาพามาเที่ยวบ้านเพราะนัดกันไว้ แต่อีกหนึ่งนะพี่เราอีกทีนะ -3- )
แต่ปรากฏว่าหมาทั้งสามตัวนั่นไม่ทำอะไรพวกเรา.. (แอบลูบหัวมันไปหน่อยนึง) แล้วพวกมันก็ตาม (หรืออีกนัย วิ่งนำบ้าง ตามบ้าง ออกนอกทางไปบ้าง ตามเรื่องตามราว)มาส่งถึงหน้าบ้านโฮสต์ ไม่รู้หมาบ้านไหน.. ขอบคุณนะ แล้วก็ขอโทษด้วยที่ทำให้เจ้าต้องวิ่งเตลิดเปิดเปิงไปเพราะเจ้าซิดนีย์ (หมาบ้านโฮสต์) วิ่งออกมาไล่ตั้งแต่เรายังไปไม่ถึงประตู
พูดถึงซิดนีย์ มันเป็นสัตว์ตัวแรกที่เราเจอการต้อนรับตั้งแต่เข้าไปในบ้านโฮสต์วันแรก ไม่รู้จะด้วยว่าอะไร แต่โฮสต์เรารับเรากับพี่เข้ามา แล้วเขามีลูกซึ่งบ้านอยู่ในรั้วเดียวกันซึ่งรับน้องเข้ามาอีกสองคน นั่นคือเราเข้าไปอยู่กันคนไทยทั้งหมด4คน อ่อ รวมครูที่ตามไปจากไทยอีกคนซึ่งพิเศษหน่อย
ไม่รู้ทำไม แต่พอลงจากรถหมดทุกคน มันวิ่งเข้าหาเราคนแรกเลย 555+ แต่โอเคนะ ไม่กลัว ออกจะชอบมันด้วยล่ะ (มันเป็นพันธุ์บ็อกเซอร์) ทำเอาเสื้อในวันนั้นเต็มไปด้วยรอยเท้ามันเต็มตัวไปหมด(แต่มันออกจะเป็นหมาที่แสนดี คืนหนึ่งเราตื่นขึ้นกลางดึกเห็นโฮสต์ถือปืนออกไป บอกว่าจิ้งจอกมันมาขโมยไก่ เราก็เห็นมันนี่แหละวิ่งพล่านไปทั่ว พลางเอาจมูกดมๆๆ แต่รู้สึกไก่จะไม่ตายนะ แอบเสียดายนิดหน่อยที่ไม่มีโอกสเห็นหมาจิ้งจอก)
หมา.. ทำให้เราข้ามถนนได้สักที (เพราะเราเดินตามมัน - -+) ก็แหม.. รถไม่หยุดให้เลยนี่นา มันก็รออยู่ด้วย ไม่รู้ว่าใครอาศัยใครข้ามกันแน่ เหมือนจะออกเดินพร้อมๆกันเลย (วันนี้ก็เช่นกัน ขอบคุณหมาปากซอย(ด้านนอก)มาก)
หมา.. ไม่กัดคนง่ายๆโดยไม่มีเหตุผลหรอก เชื่อเถอะ (เว้นเสียแต่มันจะเป็นบ้า) อย่างน้อยๆ ตั้งแต่เราเกิดมา ก็ไม่เคยโดยหมากัดได้แผลเลยนะ (แผลเพียงอย่างเดียวที่ได้จากหมาคือ รอยข่วนถลอกตอนเล่น) แน่นอน การเดาอารมณ์หมาก็เป็นเรื่องสำคัญเน้อ ถ้าไปหาเรื่องกับมันตอนที่มันทำท่าแบบพร้อมมีเรื่องมันก็คงได้สักแผลล่ะ แล้วข้อควรรู้ว่าทำไมเด็กถึงจะโดนกัดบ่อยมากกว่าผู้ใหญ่.. ไม่ใช่เพราะหมามันกลัวคนที่โตกว่าหรอก แต่หมามันมีสังคม และระดับขั้นทางสังคมเหมือนคนเรา สำหรับผู้ใหญ่ๆ นั้นหมามันจะจัดไว้อีกระดับหนึ่ง แต่กับเด็กๆ มันไม่จัดระดับให้เท่าผู้ใหญ่หรอกนะ (ก็เหมือนๆกับลูกหมาล่ะ หมาที่อาวุโสกว่าจะอบรมพวกตัวเล็กๆได้ก็แบบนี้) แล้วการที่เด็กชอบไปดึงทึ้งหู+หาง อันเป็นจุดสำคัญที่หมาไม่ชอบไห้ไปจับต้อง ก็อาจโดนกัดเข้าง่ายๆ (ดังนั้นหมาตัวไหนที่เพิ่งรู้จัก อย่าไปยุ่งกับหูและหางมันนะ หมามันไม่ชอบหรอก แต่เจ้าที่บ้านเราก็เล่นบ่อยๆ มันก็คงชินแล้วแหละ อย่างน้อยมันก็อยู่กับเรามาแต่เล็กแต่น้อย - -+)
จบการอับบลอคยาวๆ (ไร้สาระ.??)
ก็เป็นเรื่องต้องขบคิดกันต่อไป...
(แต่บางทีเราชอบหมามากกว่าคนบางคนด้วยนะ หมาน่ะ.. มันไม่ทรยศนายของตัวเองหรอก (หมายความว่าถ้านายของมันคนนั้นเลี้ยงมันด้วยความรักจริงๆนะ ไม่ใช่สักแต่ปากว่ารัก) มีหนังสือหลายเล่มไปที่ทำให้ซึ้งไปกับเรื่องราวของหมากับเจ้าของ และแน่ๆ สำหรับหมาเราเอง.. หนหนึ่งที่แม้ว่ามันป่วยหนัก (จนเรานึกว่ามันจะตายไปในครั้งนั้นแล้ว เพราะขยับตัวไม่ได้เลย เจ็บจนร้องครางออกมาเสียงลั่นทุกครั้ง) แต่ถึงแบบนั้นก็ก็ตะเกียกตะกายมารับเราเมื่อรู้ว่าเรากลับมาบ้าน (พร้อมกับเสียงร้องที่บอกว่าเจ็บปวดสุดๆ แต่แกก็ยังออกมารับ) แม้ว่าจะเจ็บขนาดนั้น (ในคืนที่คิดว่ามันจะตายแล้ว) ก็ยังอุตส่าห์ตะเกียกตะกายขึ้นบันไดไปได้อย่างไรไม่มีใครรู้ (มันไม่เคยขึ้นข้างบนเป็นสิบปี) แล้วไปล้มตัวนอนหน้าประตูห้องเรา... อย่างนี้น่ะเหรอ ที่เราเรียกว่าสัตว์เดรัจฉาน ยังดีกว่าคนเราบางคนด้วยซ้ำล่ะมั้ง)
ปัญหาที่ไม่เคยมีใครแก้ได้ และไม่มีใครอยากแก้ เพราะมีแต่พวกอยากแก้ปัญหาใหญ่เอาหน้า ไม่หันกลับมาดูปัญหารากหญ้าไงล่ะ ...
จากโจรผู้ที่ยัง.....โง่เขลา
#1 By gataring on 2005-11-15 18:35