Destiny Journey ภาคพิเศษ ตอนที่1 - ผู้มาเยือนจากห้วงเวลา (+ภาพประกอบ)
posted on 15 May 2005 12:04 by tsukasasan in Fiction"อ๊า.. อย่านะ" เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความชุลมุนเล็กๆ
"เอาน่า นิดเดียวเอง.." อีกเสียงหนึ่งค้านขึ้น..
"ก็บอกว่าไม่ไง.." เสียงแรกยังคงไม่ยินยอมเช่นเดิม แต่ทว่าอีกฝ่ายไม่ฟังเสียงค้าน ดังนั้น...
"ด้วยพันธะอันสืบต่อมาจากผู้อัญเชิญรุ่นก่อน ข้าขอเรียกเจ้าผู้สามารถปัดเป่าภยันตรายตรงหน้าไปได้ ขอเจ้าจงมาสถิสต์ต่อหน้าข้า อันดาด์ล!!" เสียงประกาศิตดังขึ้น
"เฮ้ยยย !!!" เสียงร้องดังขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ากระแสน้ำที่หลั่งไหลมาจากที่ใดไม่อาจทราบได้โถมเข้าใส่โดยทันที
"เอ่อ.. มีเรื่องอะไรกันหรือ ...รู้สึกว่าสภาพห้องจะ.. เอ่อ.. เละไปหน่อยมั้ง" เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น สาวน้อยผู้หนึ่งกำลังยืนมองสภาพห้องและคนทั้งคู่ซึ่งก่อให้เกิดความวุ่นวายเล็กๆแต่กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้น นัยน์ตาสีฟ้าใสดุจดังอัญมณีแห่งท้องทะเลมองหน้าเพื่อนของเธอทั้งคู่สลับกันไปมา ก่อนที่จะส่ายศีรษะเบาๆให้ผมยาวสีเงินอมฟ้าของเธอพลิ้วไปมาตามแรง แล้วเอ่ยพูดขึ้น
"ก็ถ้าซิลไม่แย่งขนมฉันไปก็ไม่ทำหรอกน่ะ.." มิราเคิลว่าพลางชี้นิ้วไปยังอีกฝ่ายที่เปียกโชกไปทั้งตัว ชายหนุ่มมองหน้าเธออย่างเคืองๆก่อนที่จะพูดขึ้นบ้าง
"กะอีแค่ขอกินบ้างทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้.."
"จะไม่ว่าหรอกถ้าขนมนั้นไม่ใช่ของฉัน" เธอยังคงยืนกรานอย่างตวัดหางเสียงเล็กน้อย.. ก่อนที่จะสังเกตเห็นผู้ที่ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมๆกับเพื่อนเจ้าหญิงของเธอ...
"นายหญิงครับ..." เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าใดนักให้เจ้าตัวสะดุ้งก่อนยิ้มแห้งๆก่อนที่จะถอยหนีไป นัยน์ตาสีฟ้าของคนผู้นั้นยังคงจับจ้องที่ใบหน้าของเธอ ก่อนที่ร่างนั้นจะเดินเข้ามาหา
"ข้าว่าเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือครับว่าอย่าใช้เวทในเรื่องไร้สาระ" ยูริสเทอุสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งให้มิราเคิลสะดุ้งวูบพร้อมๆกับถอยหนีไปอีก
"ก็..ก็.. ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรไม่ใช่หรือ.. ยูริส อย่าโกรธสิ" เธอเอ่ยเสียงค่อยก่อนที่จะถอยไปอีกเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้
"แต่ว่า.. ถ้าหาก.." ยูริสเทอุสยังคงเอ่ยค้าน แต่ไม่ทันได้เอ่ยออกมาจนจบก็ถูกขัดไปเสียก่อน
"ยูริส ฉันไม่เป็นอะไรหรอกน่ะ..." มิราเคิลเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางสบตาของเขาอย่างไม่หลบสายตา
"ฉันรู้ตัวดีน่า ยูริส... สัญญาแล้วไงว่าจะไม่ทำอะไรก็ตามที่จะทำให้ตัวฉันเป็นอะไรไป ยูริสไม่เชื่อฉันเลยหรือไง.." เธอเอ่ยต่อพลางมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง แสงแดดสาดส่องลงมาบนพื้นหญ้าอันเขียวชอุ่ม สงครามผ่านพ้นมาห้าปีแล้ว ความสงบสุขที่ทุกคนเฝ้าหวังเมื่อครั้งนั้น ตอนนี้พวกเธอทำให้มันเป็นจริงแล้ว แม้ว่าสำหรับเธอเอง..ไม่รู้ว่าจะ...
"นายหญิง.. ข้า.." เสียงที่เอ่ยขึ้นมาจากยูริสเทอุสเรียกให้เธอหันไป
"คิดมากอะไรน่ะ ยูริสก็.. อีกอย่าง.. ใช้เวทเล่นก็สนุกดีออก.." เธอเอ่ยขึ้นพลางวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งภาระหน้าที่ในการจัดเก็บของที่เละเทะในห้องนั้นแก่ผู้รับเคราะห์ทั้งสามไปโดยปริยาย
"มิราเคิล" เสียงเรียกดังขึ้นจากด้านหลัง เมื่อเธอหันกลับไปก็พบกับลูน่าร์ซึ่งออกมาตามเธอซึ่งแอบหนีมาอยู่ในอุทยาทในราชวังกาเรน มิราเคิลมองอยู่ชั่วครู่ก่อนที่จะเอามือดึงแขนลูน่าร์เป็นสัญญาณให้เพื่อนเธอนั่งลงมาเช่นเดียวกับเธอ ลูน่าร์ยิ้มแล้วยอมทำตามโดยที่ไม่ขัดอะไร
"มาหาฉันมีอะไรพิเศษหรือเปล่า..??" มิราเคิลถามขึ้นพลางขยับใบหญ้าในมือซึ่งเธอเด็ดมาหมุนเล่น
"เรื่องเมื่อกี้..." ลูน่าร์เอ่ยขึ้นแต่ไม่ทันได้เอ่ยจบ
"อ๋อ ขอโทษด้วย เก็บของกันแย่เลยสินะ.." มิราเคิลเอ่ยพลางหัวเราแก้เก้อ..ซึ่งทำให้ลูน่าร์มองคนตรงหน้าอย่างนึกแปลกใจก่อนที่จะเอ่ยต่อ
"ก็ไม่เท่าไหร่ แค่พื้นห้องเปียกน้ำกับพวกของบนโต๊ะมันตกลงมาระเนระนาดเท่านั้น แค่นั้นพวกสาวใช้จัดการกันได้.. แต่ว่า.."
"แต่ว่า..??" มิราเคิลเอ่ยทวน..
"เธอต่างหาก ไม่เป็นอะไรแน่หรือ..??" ลูน่าร์เอ่ยต่อจนจบ พลางมองเพื่อนของเธออย่างสำรวจ จนอีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดในการมองเช่นนี้จึงร้องขึ้น
"ไม่เป็นไรหรอก.. ทำไมทั้งยูริสทั้งเธอถึงเป็นแบบนี้กันไปหมดล่ะเนี่ย..." มิราเคิลเอ่ยขึ้นพลางส่ายศีรษะแรงๆจนผมสีน้ำตาลที่รวบเป็นหางม้านั้นส่ายไปมาตามแรงโคลงหัวของเธอ
"ก็เพราะว่าเป็นห่วงเธอน่ะสิ" ลูน่าร์เอ่ยขึ้นแต่อีกฝ่ายไม่ได้ฟังประโยคนี้เสียแล้วเพราะมีบุคคลผู้ปรากฏตัวขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย และ..
"โอ๊ย..!!! เจ็บนะ" เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น เมื่อรู้สึกถึงอะไรบางอย่างหนักๆที่ปรากฏขึ้นมาตัวเธออย่างไม่คาดคิดพร้อมๆกับเสียงฟุ่บ อันเกิดจากเวทเทเลพอร์ท มิราเคิลรีบผลักร่างที่ทับตัวเธอออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมๆกับพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ
"อะไรกันน่ะ มันเรื่องอะไรที่ต้องโผล่มาทับฉันด้วยน่ะ วาสเซอร์รี่..?? แบล็คคริสตัล..??"
"มันช่วยไม่ได้นี่ ในเมื่อหล่อนมาอยู่ในที่ที่ฉันจะปรากฏตัวพอดีน่ะ" วาสเซอร์รี่เอ่ยอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก นัยน์ตาสีฟ้าของเธอจับจ้องดูสภาพของตนก่อนที่จะเอามือปัดเศษผงที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้าของเธออกไปแล้วลุกยืนขึ้นพร้มกับเก็บนาฬิกาแก้วเข้าไปด้านในเสื้อพลางหันไปมองรอบๆอย่างสังเกตตรวจตรา
"เปลี่ยนไปเยอะเลยนี่ ทั้งสภาพบ้านเมืองและพวกเธอเองด้วย" เธอเอ่ยขึ้นพลางจ้องมองดูมิราเคิลและลูน่าร์อย่างครุ่นคิด
"แต่เธอสิ ไม่เปลี่ยนไปเลย ทั้งหน้าตา และนิสัย.." มิราเคิลบ่นขมุบขมิบให้อีกฝ่ายเหล่มอง
"เอาน่ะๆ ฉันว่ามันไม่งี่เง่าไปหน่อยหรือ ไม่เจอกันตั้งนานแต่พอเจอหน้ากันก็หาเรื่องกันแบบนี้น่ะ ว่าไง" แบล็คคริสตัลซึ่งเงียบมานานเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าทั้งคู่คงจะไม่จบเรื่องกันเอาง่ายๆ
"ฉันก็ว่างั้น เข้าไปข้างในน่าจะดีกว่าคุยกันข้างนอกนะ ว่าไง มิราเคิล วาสเซอร์รี่" ลูน่าร์เอ่ยขึ้นก่อนที่จะดันคนทั้งคู่เข้าไปด้านใน
แสงตะวันเริ่มลาลับไปทางทิศตะวันตก ความมืดแห่งรัตติกาลค่อยๆคืบคลานเข้ามาแทนที่ แสงไฟในบ้านแต่ละหลังส่องสว่างออกมาตัดกับเงามืดซึ่งปกคลุมภายนอก ในขณะที่แสงสว่างที่สว่างยิ่งกว่าที่แห่งใดนั้นส่องประกายอยู่ที่มหาราชวังนครกาเรนนี่เอง
"สวยดีนะ.. แสงพวกนี้" มิราเคิลเอ่ยขึ้นกับลูน่าร์ เธอพยักหน้าเบาๆก่อนที่จะยกมือมาวาดอักษรรูนขึ้นอีกตัว แล้วพลันแสงทั่วราชวังก็หรี่ลงมาแค่พอมองเห็น แล้วก็เกิดเป็นดวงไฟลูกเล็กๆลอยไปมาคล้ายหิ่งห้อย ทว่าสว่างมากกว่า
"ฉันอยากทำมันได้บ้างจัง" มิราเคิ่ลเอ่ยพลางขยับมือของตนขึ้นมา ซึ่งพลันปรากฏด้ามหอกสตาร์ดัสท์ขึ้นมาในมือทันทีดังที่ใจนึก เธอเอาปลายหอกวาดรูปสัญลักษณ์อะไรบางอย่างในอากาศ แต่ทว่าทันทีที่เสร็จก็มีเปลวเพลิงสว่างวาบขึ้นมา แต่ก่อนที่เปลวไฟนั้นจะสร้างความเสียหายใดๆแก่สถานที่นั้นก็ถูกดับลงเสียก่อน
"อย่าเลย มิราเคิล เวทของเธอมันแรงเกินไปที่จะควบคุมมันง่ายๆนะ" ลูน่าร์เอ่ยขึ้น เบื้องหน้าเธออักษรรูนที่ถูกวาดขึ้นยังคงส่องประกายแสงเรืองรองสีฟ้าอ่อนอยู่ในอากาศ เธอเองที่เป็นผู้ดับอัคคีเพลิงเวทได้ทันก่อนที่จะสร้างความเสียหาย มิราเคิลส่ายศีรษะเบาๆก่อนพูดขึ้นอย่างไม่ค่อยพอใจนัก
"มีเวทแต่ไม่ให้ใช้แล้วจะทำได้ไหมล่ะเนี่ย สุดท้ายฉันก็คุมมันไม่ได้อยู่ดี" เธอพูดพลางเดินออกไปยังทางเดินออกไปสู่ด้านนอก ที่ซึ่งมีผู้ที่โผล่มาไม่ให้เธอได้ตั้งตัว
"มาอยู่ที่นี่เอง เป็นไงมั่ง หลายปีที่ผ่านมานี่ฝึกเวทพัฒนาบ้างหรือยัง" เสียงเอ่ยหยอกล้อพร้อมกับมือที่เขย่าหัวเธอเล่นเสียจนเธอต้องสลัดตัวออกห่างก่อนที่จะว่ากลับ
"คงพัฒนาขึ้นมากเลยมั้ง.. มีแต่คนห้ามใช้เวทแบบนี้น่ะ เธอเองก็เถอะ ว่างงานมากหรือไง เที่ยวมาอยู่ในเมืองนี้น่ะ"
"ว่างก็เหมือนไม่ว่าง ไม่ว่างก็เหมือนว่าง" วาสเซอร์รี่เอ่ยตอบพลางเดินเข้าไปหาลูน่าร์
"ฉันเพิ่งนึกออก ตอนนี้เธอปกครองเมืองนี้แทนพ่อแม่เธอแล้วใช่ไหม" วาสเซอร์รี่เอ่ยอย่างไม่ได้ใส่ใจสิ่งที่ตนเอ่ยออกไป ซึ่งทุกคนในที่นั้นก็พอรู้นิสัยส่วนนี้อยู่แล้วจึงไม่ได้เอ่ยว่าอะไรที่เธอไม่ได้เอ่ยพวกราชาศัพท์ออกมาตามที่น่าจะเป็น ลูน่าร์พยักหน้ารับ
"อืม.. " วาสเซอร์รี่ไม่ได้เอ่ยอะไรขึ้นมา แต่แบล็คคริสตัลที่เพิ่งเดินเข้ามาในที่แห่งนั้นเอ่ยขึ้นก่อน
"หลังจากนี้จะมีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้น เรื่องดีเรื่องร้ายไม่อาจรู้ แต่เป็นเรื่องที่น่าติดตามเรื่องหนึ่งทีเดียว" เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างจะเรียกได้ว่าราบเรียบ จนผู้ฟังทั้งสองไม่อาจเข้าใจนอารมณ์ที่เจ้าตัวต้องการสื่อได้ มิราเคิลมองอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจนัก แต่เธอมองแบลคคริสตัลเพียงชั่วครู่ก่อนที่จะหันมามองดูวาสเซอร์รี่อย่างเนิ่นนานแล้วเอ่ยถามขึ้น
"เพราะแบบนี้พวกเธอถึงได้มาที่นี่ใช่ไหม ไม่ใช่แค่มาหาพวกเรา แต่ เพื่อมาดูเรื่องราวเหล่านี้ต่างหาก"
"รู้อีกแน่ะ ใช่ การมาหาพวกเธอแค่เป็นจุดประสงค์รอง แต่การมาดูเรื่องราวเหล่านี้ท่าทางจะสนุกกว่าเยอะ" วาสเซอร์รี่เอ่ยขึ้นให้มิราเคิลส่ายหัวพรืดอย่างแสดงให้เห็นถึงอารมณ์เซ็งเต็มทนกับนิสัยที่เธอไม่อยากจะชาชินของผู้ที่น่าจะเรียกได้ว่าเพื่อนหรืออะไรประมาณนั้น ก่อนที่จะหันหลังเพื่อเดินออกไปจากสถานที่นั้นเสียที แต่ทว่า
"มันจวนเริ่มแล้วล่ะ มิราเคิล ถ้าเธอไม่อยากจะเจ็บตัวนะ ช่วยเดินถอยกลับมาเสียสองสามก้าวเถอะ" คำเตือนออกมาจากปากแม่มดเอลฟ์ผู้ที่ไม่ได้แม้แต่จะหันไปแลมองจุดที่อีกฝ่ายเดินไปแม้เพียงนิด มิราเคิ่ลชะงักอยู่ชั่วครู่ แต่ก็ยอมทำตามคำแนะนำนั้น โดยที่ไม่มีใครคิดฝัน จุดที่เธอยืนอยู่เมื่อครู่ก็ปรากฏร่างใหญ่มหึมาของมังกรสีดำทะมึนขึ้นมา นัยน์ตาสีแดงก่ำมันกวาดมองไปทั่วบริเวณพร้อมกับเสียงร้องคำรามที่ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ มิราเคิลซึ่งยังคงยืนจ้องมองมันอยู่โดยที่ไม่วิ่งหนี
"มังกร.. มาจากไหนกันน่ะ" เธอพูดขึ้นราวกับจะให้มันตอบเธอ แต่เสียงที่เธอได้รับกลับมาก็ยังฟังไม่ห่างจากเสียงคำรามอยู่ดี แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรไปมากกว่านั้นก็มีร่างสีขาววิ่งตัดผ่านระหว่างตัวเธอกับมังกร ก่อนที่เธอจะถูกลากออกมาชนิดแบบว่าเส้นยาแดงผ่าแปดทันก่อนที่เท้ามังกรมันจะวางทับในจุดที่เธอยืนอยู่พอดี
"เจ้ามีจุดประสงค์อะไรกันแน่ที่ปรากฏตัวที่นี่" ยูริสเทอุสคำรามขึ้นเมื่อพาร่างของนายตนมายังที่ปลอดภัยแล้ว ซึ่งพอดีกับที่ร่างมังกรนั้ค่อยๆหดลดขนาดลงและเปลี่ยนรูปร่างไปพร้อมๆกัน กลายเป็นว่าผู้ที่อยู่เบื้องหน้านั้นคือปีศาจร่างหนึ่ง ผมสีดำสนิทสีเดียวกับเมื่อครั้นแปลงร่างเป็นมังกร นัยน์ตาสีแดงคู่นั้นมองมายังร่างของทั้งหมดซึ่งยืนอยู่ ณ ที่นั้นราวกับจะเพ่งหาใครบางคน
"ข้ามาหาผู้เป็นนายข้า" ร่างนั้นตอบกลับมา
(จบตอน ผู้มาเยือนจากห้วงเวลา)
ภาพ ถ้าต้องการดูภาพใหญ่ดูได้ที่นี่ค่ะ http://www.filesupload.com/userfiles/tsukasa/image/getout.jpg วาดในเพ้นท์ค่ะ เขี่ยๆไปหน่อย - -
....แต่งานทำหน้าแทรกในcomicของบริษัทยังจ่อหัวอยู่น่อ...แหงะ
555+ มิราเคิลน่าสงสาร มีเวทแต่ถูกห้ามใช้ เหอๆ ชอบยูริสจังงับ>w<
ปล.มี๊ชอบรูปจังงับ เหอๆ มิราเคิลโดนทับวาส(เซอร์รี่)กับแบล็ค(คริสตัล)โผล่มากลางอากาศเลยแหะ
ปปล.มี๊ รอตอนต่อปายงับ!! ท่านพี่สู้ๆ 555+ ชอบเรื่องนี้ซะแล้วสิ
#1 By Rorel (58.9.144.51) on 2005-05-15 13:03