Feeling down again

posted on 22 Apr 2005 16:45 by tsukasasan  in Talks

เฮ้อ เรียนขับรถก็ชะงักไปอีกแล้ว..แย่ที่สุด

จริงๆถ้าไม่นับอะไรมาก วันนี้ก็ค่อนข้างอารมณ์ดีอ่ะนะ ถ้าเมื่อกี้ไม่ทะเลาะกับแม่เรื่องเรียนซัมเมอร์ - - ไม่ค่อยชอบนักหรอก แม่เราชอบฟังจากคนอื่นเรื่อยเลย พอคนอื่นพูดอย่างนั้นอย่างโน้นก็จะให้เราเอาตามด้วย แล้วทำไมต้องให้เราทำอย่างคนอื่นทุกทีเลยล่ะ ขืนเอาหมดก็ไม่ต้องเป็นอันทำอะไรของตนเองพอดี ทำตามแบบโน้นแบบนี้.. ก็ไม่ใช่เราสิ ถ้าอยากได้แบบนั้นก็เอาเขามาเป็นลูกเลยไหม.. เราเบื่อแล้วนะ ไอ้ที่ว่าดูอย่าง...สิ เนี่ย แล้วมันอะไรกันหนักหนา เขาก็เขา เราก็เราไม่ใช่เหรอ (แต่ไม่ว่ายังไงมาว่าอะไรตอนนี้ก็ไม่ทันหรอก ซัมเมอร์จะจบแล้วน่า.. - - แต่ถ้าพูดมา.. มีหวังเราได้เจอหัวข้อเรื่องซัเมอร์หลายต่อหลายวันแน่ๆ)

น่าเบื่อจะตาย... กะไอ้ที่เราทำได้ดีก็ไม่เห็นแม่จะชอบใจนักเลยนี่ ยังไงแม่ก็ชอบว่ามันหาเงินไม่ได้ เป็นงานหลักไม่ได้ แต่อย่างน้อย เราว่ามันก็ได้เงินมามากกว่าหลายๆอย่างเสียอีก ไม่คิดบ้างหรือไง วาดรูปก็อาจไม่ใช่งานที่ควรเอาเป็นหลักก็จริง แต่ก็หาเงินได้นะถึงมันจะไม่ได้เรียกว่าเงินเดือนก็เถอะ - - อย่างวาดรูป โดจินสักเรื่องหนึ่ง.. ก็ได้แล้ว400 5หน้าเอง.. แต่ช่างเถอะ ไงๆแม่เราก็ไม่ใส่ใจอยู่ดี กับเราแม่ก็มองแค่มันเป็นการเล่นคอมไร้สาระนี่นะ ทำไงได้..ก็เพราะผู้ใหญ่เองไม่ใช่เหรอที่มองเรื่องพวกนี้ว่าเป็นเรื่องไร้สาระ หาเงินไม่ได้น่ะ.. ไปพูดอะไรด้วยก็เสียเปล่า ไม่เกิดอะไรขึ้นเลย ความคิดระหว่างผู้ใหญ่กับพวกเรานี่มันต่างกันขนาดนั้นหรือไงนะ

พูดถึงผู้ใหญ่เลยนึกขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง (จริงๆจะว่าคำว่าผู้ใหญ่มากก็ไม่ได้ เราเองก็ถือว่าโตแล้ว.. แต่ยังไม่ถึงขั้นที่เรียกว่าผู้ใหญ่อย่างที่เขาเรียกกันละกัน) แฟนบุ๊คบารามอสเมื่อคราวที่เอาไปวางขายงานหนังสือ ไม่รู้เหมือนกันว่าใครคนไหนที่ฝากให้ผู้ปกครองไปเอา แล้วทั้งที่พวกเราย้ำนักย้ำหนาแล้วว่าอย่าไปเอาที่ สนพ. เพราะเขาไม่ใช่คนทำ พวกเราทำกันเอง ทุนออกเอง เข้าโรงพิมพ์เอง แต่ก็เกิดเรื่องจนได้คือผู้ปกครองเขาไปเอาที่บู้ทสถาพรบุ๊คส์ เลยเกิดเป็นเรื่องขึ้นเพราะผู้ปกครองเขาเกิดโวยขึ้นเพราะ สนพ. ไม่ทราบเรื่อง (จะทราบได้ยังไงกันล่ะคะ - -) แล้วช่วงหลังๆมีน้องที่เขาถือแฟนบุ๊คไปเดินผ่านแถวนั้นเลยโดนพี่ที่บู้ทเรียกเข้าไปหา แล้วคุยถามว่าเจ้าเล่มนี้ใช่ไหมที่เขาเรียกว่าแฟนบุ๊คส์ แต่ยังไงเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรล่ะนะ แต่ปัญหามันต่อจากนั้นต่างหาก เพราะพี่เขาเกิดพูดขึ้นมาว่า ทาง สนพ. ก็มีโครงการจะทำแบบนี้เหมือนกัน แต่ว่ายังขาดบุคลากร (ซึ่งหมายนัยๆถึงคนแต่งแฟนฟิคและวาดโดจินและอาร์ททั้งหลาย) น้องเขาฟังแล้วก็เลยตอบกลับว่าไม่รู้ว่าพวกพี่ๆที่เขาทำ เขาจะมีเวลาและจะทำกันหรือเปล่า แต่คำตอบที่ออกมาจากปากเขาสิ เขาพูดว่า ไม่เป็นไร พี่มีวิธีให้พวกเขายอม อะไรกันน่ะ ที่พูดมานี่หมายความถึงอะไรกัน.. เขาจะให้พวกเราวาดโดให้ แต่งฟิคให้ วาดอาร์ทให้ ด้วยคำพูดแบบนั้นน่ะเหรอ วิธีที่ทำให้พวกเรายอม หมายถึงคำว่าลิขสิทธิ์หรือไง จะให้ต้องเถียงกันคอแตกไหมว่าเขาไม่มีสิทธิ์ในลิขสิทธิ์ตัวนั้น จริงอยู่ พี่แรบบิทขายลิขสิทธิ์ให้พวกพี่สนพ.แล้ว แต่พวกแฟนอารทและโดจิน พวกเขาไม่มีสิทธิ์มาฟ้องพวกเราเรื่องลิขสิทธิ์ตรงนี้ (ถ้ามีจริง ที่ญี่ปุ่นไม่วุ่นแย่หรือไง อาร์ทกับโดจินออกมามากมายขนาดนั้น ทางนั้นกฏหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์เขาศักดิ์สิทธิ์กว่าไทยด้วย.. ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะลิขสิทธิ์ไม่สามารถอ้างได้กับแฟนอาร์ทและโดจินไง) แต่ยังไง.. เราไม่ชอบหรอกนะ คำพูดแบบนี้ มันฟังดูเหมือนเขามีสิทธิ์บีบพวกเราอย่างไงก็ได้ อีกอย่าง เราไม่ชอบทำงานกับผู้ใหญ่แบบนี้.. ไม่มีวันซะหรอก ทำไปเดี๋ยวก็เจอคำพูดว่า ไม่มีค่าจ้างนะครับ นี่ก็ถือว่าช่วยเผยแพร่ผลงาน (เราเคยมาแล้ว แต่ครั้งนั้นดีที่ว่า มันเป็นภาพที่ส่งประกวดไง แบบว่าได้ก็ดี ไม่ได้ก็ช่าง เพราะมันผ่านเข้ารอบไปได้ไงไม่รู้) ครั้งนั้นเขาขอไปลงปกหลัง แต่.. นะ รีบพูดเชียวว่าไม่มีค่าจ้าง.. เรายังไม่ทันถามหรือนึกด้วยซ้ำ เพราะเขาเพิ่งโทรมาบอก - - พอบอกรู้เรื่องว่าภาพไหนและยืนยันมันก็รีบพูดเชียว (อย่างกับว่าเราร้อนเงินขนาดนั้นแหละ เราไม่ได้เอางานไปจี้ๆๆมันเสียหน่อยว่าต้องเอานะต้องรับนะ) เพราะงี้แหละ จะให้เราเชื่อในการทำงานกับผู้ใหญ่อีกงั้นเหรอ.. ผู้ใหญ่คิดว่าค้าขายกับเด็กง่ายหรือไง.. รับทรัพย์อย่างเดียวสินะ..ค้าขายกับเด็กนี่ แล้วเคยพูด เคยถาม เคยคิดแบบพวกเราบ้างไหม เราตอบได้นะ ว่าไม่เคยหรอก จะมีสักกี่คนกันเชียว ผู้ใหญ่ชอบเอามาตรฐานตัวเองเป็นหลักนี่ ความคิดพวกเราจะทำอะไรได้นักล่ะ

สักวันเราก็ต้องโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่อีกคนล่ะนะ.. ความคิดเราจะเปลี่ยนไปเป็นแบบพวกเขาบ้างไหมนะ แล้วเราจะทำแบบที่พวกเขาทำกับพวกเราอย่างนี้หรือเปล่า มันจะเป็นวัฏจักรต่อไปไหม..?? แต่ถึงแบบนั้นเราก็เชื่อนะว่า หากใครสักคนที่เติบโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ โดยที่ไม่ทิ้งความคิด ความทรงจำในวัยเด็ก เราว่าเขาจะมองดูโลกนี้ได้กว้างขึ้น และลึกซึ้งขึ้นนะ ว่าไหม..

ก็ผู้ใหญ่ไม่ได้มองอะไรมากเลยนี่นา ผู้ใหญ่เชื่อแต่ในสิ่งที่ตาเห็น จับต้องได้ และมีความแน่นอน ถ้าในโลกธุรกิจก็จะมีแต่กำไรและขาดทุน แต่พวกเรา..มองกันแบบนั้นหรือ..?? อย่างน้อยๆ เราก็เชื่อในหลายๆเรื่อง.. แน่นอน ตอนเป็นเด็กเชื่อในความฝัน หรือโลกอื่นๆที่อาจไม่มีจริงในความเป็นจริง (แม้ตอนนี้จะห่างหายไปนาน แต่ก็เปลี่ยนมาลงในฟิคและวาดรูปแทน ยังไงก็สามารถถ่ายทอดความฝันของเราให้คนอื่นรับรู้ได้) ไม่จำเป็นต้องจับต้องได้ ขอแค่มีเพียงความรู้สึก อนาคตอาจไม่แน่นอนแต่ก็เป็นสิ่งที่ต้องเผชิญ การค้าขายแบบพวกเรา ไม่ได้มีเพียงกำไรขาดทุน แต่จะมีถึงการหยิบยืม ร้องขอ และช่วยกันลงแรงในการทำงานอะไรสักอย่าง (อย่างน้อยๆก็ขอบคุณเพื่อนทุกคนที่มาช่วยโรงงานนรกเรานะ เสร็จทันเวลาขายพอดีเลย) แน่นอน ส่วนใหญ่การค้าขายของพกเรา จะขาดทุนมากกว่ากำไรนะคะ แต่เราก็จะได้มิตรมาแทนในการค้าขายนั้น เพราะเราไม่ได้พูดแต่ขายๆๆๆๆนี่นา เราพูดคุยกับนที่มาซื้อของๆเราด้วย และแน่นอน บางทีก็แลกเปลี่ยนกัน เขาซื้อของเรา เราก็ซื้อของเขาบ้าง เป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมดีนะ แถมยังมีค่ามากกว่าพวกผู้ใหญ่อีก

สักวันหนึ่ง..สักวันหนึ่งที่เราโตขึ้น...

เรื่องเหล่านี้จะหายไปจากความทรงจำของเราไหมนะ...

เราจะต้องเปลี่ยนไปแบบพวกเขาไหม... ต้องกลายเป็นคนแบบนั้นไหม...

ถ้าเลือกได้...

ไม่มีทิงเกอร์เบลหรือ.. เราอยากไปเนเวอร์แลนด์บ้าง...

ถ้าเป็นแบบนั้น..ได้... ก็ดีสินะ...


edit @ 2005/04/22 16:46:38
edit @ 2005/04/22 18:37:20

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ก้อ คลุมแถบสีที่ตัวเล่นเพลง
แล้วกดctrl+c
ก๊อบมาวาง

#1 By Saiyuki on 2005-04-22 17:00

งึบๆ มี blog เเล้วไม่บอก เก็บเงียบเลยอ่ะท่านพี่ ถ้าไม่ไปโผสที่ blog อีฟก็ไม่รู้นะเนี่ย
เเอดนะคะ

#2 By corona on 2005-04-22 20:10

แง้วซึ้งมักๆ
แอบเหงด้วยขั้นรุนแรง> <~
Ps. แอดล่ะๆ ><

#3 By *o Natsuki-ChaN*NEENiiZ o* on 2005-04-22 20:20

มี๊ ช่วงนี้เกลียดสนพ.จัง- -+
เฮ้อ เนเวอร์แลนด์หรือวันเดอร์แลนด์ก็ได้์้...ถ้ามีก็อยากไปสักครั้งมั้งจัง

#4 By Rorel (58.9.147.53) on 2005-04-24 17:38

เพิ่งเห็นอ่าอันนี้ พี่ภา ผู้ใหญ่มักจะลืมความฝันตอนเด็กแหละ แต่ว่ารุ่นเค้า ยังไม่มีการ์ตูนแบบเรา (หรือมีแล้วก็น้อย) และไม่มีคนสนับสนุน แน่นอน รุ่นเราก็ไม่มีคนสนับสนุนเท่าไหร่หรอก แต่ก็ยังดี

เรื่องลิขสิทธิ์ ถ้าอยากจะให้ทำ แล้วเราไม่ทำแล้วบังคับเอาเรื่องลิขสิทธิ์มาอ้าง ก็คุยกันในศาลละกัน แง่ง

เครียดด้วยคน - -

ปล.รักพี่สาวน้า อย่าเครียดมาก งี๊ด

จากโจรผู้ที่ยัง.....โง่เขลา

#5 By gataring on 2005-05-04 22:51

เราก็พอเข้าใจความรู้สึกที่ไม่ค่อยชอบผู้ใหญ่เหมือนกันนะ เราตอนเป็นเด็กเล็กๆเราอาจจะรู้สึกว่าผู้ใหญ่เค้าให้ความคุ้มครองเราดีก็จริง แต่พอยิ่งโตขึ้น ดูเหมือนถูกเร่งให้โตยังไงก็ไม่รู้
เราจะไปเล่นเครื่องเล่นแบบเด็กๆ เช่นทะเลบอลอะไรแบบนี้ก็ไม่ได้ (ตอนนั้นรู้สึกจะอยู่ ป.5 มั้ง) เค้าบอกว่าโตป่านนี้ยังจะไปเล่นอีก บางทีก็บอกว่า โตแล้วนะ ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ซะบ้าง
...ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ...
ดูจากภายนอกเราอาจจะดูเป็นคนอยู่ในโอวาท(บ้าง)นะ แต่ว่าในใจเราจะคอยเถียงผู้ใหญ่ตลอดเลย ยิ่งเค้าเร่งให้โตเป็นเป็นผู้ใหญ่ จิตใจเราก็จะยิ่งสวนทางกับเค้าลงไปเป็นเด็กทุกทีๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะกลับไปเป็นเด็กทารกหรือเด็กเล็กแบบอ้อแอ้ขนาดนั้น อย่างน้อยก็อยากกลับไปเป็นเด็กแต่มีความคิดความสามารถเหมือนกับตอนนี้ พูดง่ายๆก็คือ เป็นผู้ใหญ่ใจเด็ก หรือไม่ก็ โตแต่ตัว ใจไม่โตตาม อันนี้ไม่ได้ว่าใครนะ แต่รู้สึกอยากเป็นอย่างนั้นจริงๆ ไม่อยากจะเข้าไปอยู่ในโลกสีขาวดำ สิ่งที่เราต้องการคือโลกที่มีสีสัน สีสันแห่งจินตนาการ โลกความฝัน โลกของเด็ก เหมือนอยากเอาความรู้สึกแบบนี้มาเติมสิ่งที่ขาด...

#6 By J.Y. (61.90.82.127) on 2005-05-06 18:39